้นจะได้ชื่อว่าเป็นคนใจร้าย แต่กลับเป็นประโยชน์ต่อตนเอง
มิหนำซ้ำ เรื่องวุ่นวายของสกุลเฉินนั่น ถ้าเป็นคนที่เข้าใจเหตุผล จะมีใครเห็นใจคนพวกนั้น?
เย่อวี๋หรานเสียดายยิ่ง ตอนนี้นางยังลงจากเตียงไม่ได้ ไม่อาจไปจัดการด้วยตนเอง จึงไม่อาจเห็นภาพที่คนตระกูลเฉินถูกไล่ออกไป ได้แต่ฟังคำบอกเล่าจากซุ่ยเอ๋อ
ต่างจากการปรนนิบัติด้วยท่อนไม้เหมือนที่นางคิดไว้ ป้าเฉินอ่อนโยนเป็นมิตรกว่าอย่างเห็นได้ชัด…เตรียมอาหารอร่อยไว้เต็มโต๊ะ ประหนึ่งต้อนรับแขกผู้มีเกียรติก็ไม่ปาน
รอจนพวกสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินกินข้าวเสร็จแล้ว ยังยิ้มแย้มบอกว่าเตรียมรถม้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
“รถม้า? เจ้าเตรียมรถม้าทำไม?” สะใภ้ใหญ่เฉินงุนงง “เจ้าบอกให้จูต้าเหนียงออกมาเถอะ ข้าจะพูดกับนาง”
“เมื่อครู่นี้พวกท่านบอกเองไม่ใช่หรือว่าต้องการที่พักและอาหาร? ตอนนี้เรื่องอาหารการกินจัดการเรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยก็ต้องหา ‘ที่พักดี ๆ’ ให้พวกท่านก่อนสิ จริงไหมเจ้าคะ?”
สะใภ้ใหญ่เฉินได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจ รีบถามทันที “เป็นเรือนหลังใหญ่ใช่ไหม? ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนเลยว่าข้าไม่พอใจเรือนหลังนี้หรอกนะ ไม่มีทางพักที่นี่เด็ดขาด ถึงตอนนั้นข้าจะไปโวยวายหน้าประตูใหญ่ของพวกเจ้า ป่าวประกาศว่าพวกเจ้าประทุษร้ายลูกชายข้า…”
“พวกท่านคงพอใจอาหารเมื่อครู่นี้อยู่กระมัง?” ป้าเฉินไม่รีบร้อนแถลงไข เพียงถามยิ้ม ๆ
ต้องพอใจอยู่แล้วสิ ชีวิตนี้ยังไม่เคยได้กินดีเช่นนี้มาก่อนเลย สะใภ้ให