่เด็ก ๆ แล้ว ในหมู่บ้านของพวกข้า เด็กสาววัยเท่านี้ก็ถึงเวลาออกเรือนได้แล้ว” เย่อวี๋หรานแสร้งเอ่ยถาม “พ่อแม่ได้จัดให้เจ้าดูตัวหรือยัง?”
“ยังเจ้าค่ะ” ซุ่ยเอ๋อหน้าแดงเรื่อ กล่าวอย่างขัดเขิน “ข้าอายุยังน้อย ไม่รีบร้อน…”
“ไอ้หยา ทำไมถึงยังไม่ดูตัวอีก? เจ้าหน้าตางดงาม ฝีมือก็ดี เก่งกาจปานนี้ ถ้าปล่อยข่าวออกไปเกรงว่าหัวกระไดคงไม่แห้งเลยเชียว ไม่มีเด็กหนุ่มที่ไหนมาต้องตาเจ้า แอบเอาปิ่นปักผมหรือกำไลมาส่งให้เจ้าบ้างเลยหรือ?” เย่อวี๋หรานหยั่งเชิงต่อไป
“จูต้าเหนียง…” ซุ่ยเอ๋อหน้าแดงกว่าเดิม
“อย่าอายไปเลย มีอะไรน่าอายด้วยหรือ ชายหญิงเมื่อถึงวัยก็ต้องแต่งงานกันทั้งนั้น ถ้าพบคนที่เหมาะสมหรือชอบพอก็ต้องรีบลงมือ ไม่อย่างนั้นรอให้คนอื่นลงมือไปก่อนแล้ว เจ้ามาทีหลังก็หมดโอกาสแล้วนะ…” เย่อวี๋หรานถามต่อ “เจ้าไม่มีคนที่ชอบเลยหรือ?”
ซุ่ยเอ๋อบิดตัวไปมา เนิ่นนานกว่าจะยอมรับออกมาว่าตนเองมีคนในใจแล้ว
แต่คนผู้นี้เป็นใครนั้นไม่สามารถบอกได้
เย่อวี๋หรานยังอยากหยั่งเชิงต่อไป ทว่าเสียงของป้าเฉินผู้ดูแลก็ดังมาจากข้างนอก “จูต้าเหนียง บ่าวขอเข้าไปคุยด้วยได้ไหมเจ้าคะ?”
“เข้ามา”
ซุ่ยเอ๋อรีบเก็บงานเย็บปักในมือ ลุกขึ้นออกไปรับคน
“ป้าเฉิน ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ?”
“มีเรื่อง”
ป้าเฉินสีหน้ามืดครึ้ม ซุ่ยเอ๋อลอบตกใจ นึกว่าป้าเฉินจับได้ว่าตนเองแอบทำชุดให้คุณชาย
แต่ในไม่ช้า นางก็พบว่าป้าเฉินไม่ได้สนใจตนเอง แต่เดินตรงผ่านข้างกายนา