ณชายอยู่แล้ว ทำอาภรณ์ให้คุณชายเป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้วเจ้าค่ะ”
แม้น้ำเสียงจะเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง แต่ไม่รู้ว่าเย่อวี๋หรานคิดไปเองหรือไม่ จึงรู้สึกราวกับว่าขณะที่ซุ่ยเอ๋อพูดอยู่นั้นยังแฝงไว้ซึ่งบางสิ่งบางอย่าง
เย่อวี๋หรานไม่เคยมีความรักมาก่อน จึงไม่รู้ว่าดรุณีน้อยแรกรักเป็นอย่างไร
นางมองไปทางซุ่ยเอ๋ออีกครั้ง อดจะสงสัยขึ้นมาไม่ได้
‘สาวใช้คนนี้คงไม่ได้มีใจให้คุณชายเยี่ยนหรอกนะ?’
แต่ก็เข้าใจได้ คุณชายตระกูลใหญ่ที่รูปงามหนุ่มแน่นกับสาวใช้พริ้มเพราวัยกำดัดอยู่ร่วมกันทั้งกลางวันกลางคืน จะไม่หวั่นไหวเสียเลยคงเป็นเรื่องยาก
มิหนำซ้ำ ชายหนุ่มตรงหน้ายังโดดเด่นปานนั้น…
คิดถึงชะตากรรมของเจ้าของร่างเดิม เย่อวี๋หรานก็ลอบทอดถอนใจ
นางอยากจะเกลี้ยกล่อมซุ่ยเอ๋อสักคำว่าอย่าได้คิดเป็นสาวใช้อุ่นเตียงหรือภรรยาบ่าวเลยจะดีกว่า แต่พออ้าปากขึ้นมากลับไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดจากตรงไหน
จะว่าไปแล้ว นางกับซุ่ยเอ๋อก็ไม่ได้รู้จักกันมานาน เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันเท่านั้น กระทั่งว่าในครอบครัวอีกฝ่ายยังมีพี่น้องชายหญิงหรือไม่ก็ยังไม่รู้ หากพูดออกไป คนอื่นก็คงมีแต่จะคิดว่านางยุ่งไม่เข้าเรื่อง
“ซุ่ยเอ๋อ ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว?”
“สิบหกเจ้าค่ะ จูต้าเหนียง” ขณะที่พูด มุมปากของซุ่ยเอ๋อยังประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม เพียงแต่ไม่รู้ว่ารอยยิ้มนั้นเป็นเพราะอาภรณ์ในมือหรือเพราะคำพูดของเย่อวี๋หรานกันแน่
“สิบหกแล้วหรือ เช่นนั้นก็ไม่ใช