ะลุกท่วมใจ
“เป็นเจ้า! กวนสีหลิ่น! นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้ามาถึงที่นี่! เจ้ามารนหาที่ตายรึ!” ผู้ใช้พิษแขนขาดตวาดกร้าว ในน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายพลังวิญญาณ ดังก้องไปทั่วบริเวณภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน
“เขาคือกวนสีหลิ่นที่ฟันแขนเจ้าขาดรึ?” สามคนข้างๆ หันไปมองเงาร่างที่ยืนอยู่บนที่สูงของหุบเขาด้วยความแปลกใจ ภายใต้แสงสว่างจากเปลวเพลิง เงาร่างของคนคนนั้นดูชัดเจน ท่าทางอายุเพียงยี่สิบต้นๆ คนอย่างนี้กลับมีวรยุทธ์ระดับเทพนักรบแล้วอย่างนั้นหรือ?
“เป็นเขานั่นแหละ!” ผู้ใช้พิษแขนขาดตอบเสียงรอดไรฟัน
“ในเมื่อกล้ามาถึงที่นี่ พวกเราก็จับมันมาทดลองพิษใหม่เลยก็แล้วกัน!” หนึ่งในนั้นเอ่ยอย่างชั่วร้าย สายตาจับจ้องไปยังเงาร่างของกวนสีหลิ่น
ส่วนผู้ใช้พิษคนหนึ่งที่ไม่พูดอะไรตั้งแต่ต้นกำลังสังเกตสถานการณ์ไฟไหม้รอบๆ จู่ๆ ก็เกิดสังหรณ์ใจขึ้นมา เอ่ยว่า “คนคนนี้รู้จักที่นี่ได้อย่างไร? เขาไม่น่าจะมาคนเดียว ต้องมีคนมาด้วยแน่ๆ”
ได้ยินเขาว่าอย่างนี้ อีกสามคนที่เหลือตะลึงงัน
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! พวกเจ้าสองคนไปจัดการกวนสีหลิ่น พวกเราสองคนไปดูที่จวนถ้ำของนายท่านหน่อย หากทางนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเราค่อยรีบกลับมาช่วย”
“ได้!