เจ้าก็เพลา ๆ ลงบ้างเถอะ ท่านหมอบอกแล้วว่าตอนนี้เจ้าไม่ควรโกรธ ไม่อย่างนั้นร่างกายจะรับไม่ไหว ประเดี๋ยวจะเกิดเรื่องเอา”
“โธ่เอ๊ย ข้ารู้ ก็โรคเดิม ๆ นั่นแหละ เอาละ ไม่ต้องพูดแล้ว รีบออกไปดูเร็วเข้า” อาเฉินหงุดหงิดรำคาญใจอยู่บ้าง
ร่างกายของเขา เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร?
ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริง ถึงแม้ร่างกายจะรับไหวก็ไร้ประโยชน์
เฉินจ้าวซื่อจนปัญญา จำต้องออกไปพบคน
มือปราบกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาพร้อมเสียงดังเอะอะ บอกว่าได้รับเบาะแสว่าคนร้ายซ่อนตัวอยู่ในเรือนของพวกเขา บอกให้พวกเขาส่งมอบตัวคนออกมา
“นายท่าน เมื่อวานนี้พวกท่านก็มาแล้วไม่ใช่หรือ? พวกท่านตรวจค้นไปแล้ว ยังมีคนร้ายที่ไหนกัน?”
“เรื่องนี้พวกข้าไม่รู้หรอก แต่มีคนมาแจ้ง พวกข้าก็ต้องมาตรวจสอบ”
……
เฉินจ้าวซื่อนึกกล่าวโทษในใจ หากไม่ใช่เพราะเฉินเสิ่นพาคนมาซ่อนตัวอยู่ในเรือนตนเอง ไฉนเลยจะมีเรื่องราวเช่นนี้?
ดูสิ เพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่วัน มือปราบก็เอาแต่มาค้นเรือนของพวกนาง ไม่รู้ว่าสูญเงินไปเท่าไหร่แล้ว
เลี่ยงไม่ได้นี่นา อีกฝ่ายมาครั้งหนึ่งก็ต้องนำของว่างกับน้ำชาออกมาต้อนรับ กินดื่มเท่านี้ก็แล้วไปเถอะ ไม่แน่ว่าอาจต้องเสียค่าเหนื่อยให้อีกฝ่ายอีกด้วย ไม่ให้คนเขามาเสียเที่ยว
ช่วงหลายวันนี้เงินที่อาเฉินหามาได้แทบจะละลายไปกับเรื่องนี้หมดแล้ว
ไม่ง่ายเลยกว่าจะส่งมือปราบกลุ่มนั้นกลับไปได้ ท้องฟ้าก็จวนจะมืดแล้ว
เฉินจ้าวซื่อบอกลูกสะใภ้ว่าไม่ต้องทำอาหารแล้ว แ