’
ตอนที่จูซานถูกไล่ออกไปข้างนอกก็ยังไม่ลืมกำชับรายละเอียดที่หมอไป๋หลี่น้อยบอกเอาไว้แก่ซุ่ยเอ๋อซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เย่อวี๋หรานมีสีหน้ารังเกียจ “พอได้แล้ว รีบออกไปเถอะ แม่นางน้อยอย่างคนเขายังจะอ่อนโยนละเอียดอ่อนสู้ผู้ชายตัวโตอย่างเจ้าไม่ได้อีกงั้นหรือ?”
ซุ่ยเอ๋อลอบอมยิ้ม รับยามาเปลี่ยนให้เย่อวี๋หราน
ระหว่างที่เปลี่ยนยา ข้างนอกยังมีเสียงจูชีดังมา สองพี่น้องพูดคุยอะไรกันอยู่หน้าห้อง
แม้คนที่อยู่ในห้องจะได้ยินไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ฟังออกว่าพวกเขาเป็นห่วงมารดามากทีเดียว
เย่อวี๋หรานพูดกับซุ่ยเอ๋อว่า “ข้อดีที่สุดของพวกลูกชายข้าก็คือ ‘กตัญญู’ นี่แหละ เจ้าดูสิ เรื่องแค่นี้ แต่ละคนทำเหมือนกลัวว่าข้าจะเป็นอะไรไปอย่างนั้น”
ซุ่ยเอ๋อยิ้มแล้วกล่าวว่า “จูต้าเหนียง ท่านอย่าได้รังเกียจไปเลยเจ้าค่ะ พวกเขาเป็นห่วงท่าน ลูกชายลูกสาวกตัญญูรู้คุณเป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วนะเจ้าคะ”
“ฮ่า ๆๆๆ…นั่นก็ถูก ก็แค่บางครั้งนั่นก็กังวลนี่ก็กังวล เรื่องเยอะไปหน่อย ทำให้คนรำคาญใจอยู่บ้าง”
“นี่ก็คือความลำบากของการมีวาสนา คนอื่นอยากจะลำบากเช่นนี้บ้างก็ไม่แน่ว่าจะมีโอกาสหรอกนะเจ้าคะ” ซุ่ยเอ๋อปากหวานยิ่งนัก และเพราะเหตุนี้เอง เยี่ยนเหออันจึงจัดให้นางมาคอยดูแลเย่อวี๋หราน
นางไม่ได้ทำให้เยี่ยนเหออันผิดหวัง ปากหวานทั้งยังยิ้มแย้มแจ่มใส แค่คืนเดียวก็สามารถทำให้เย่อวี๋หรานเบิกบานใจได้
เย่อวี๋หรานชมชอบแม่นางน้อยผู้นี้มากทีเดียว พูดคุยก