บไว้แล้วว่าให้บ่าวปรนนิบัติท่านให้ดี ท่านวางใจได้ บ่าวนอนหลับได้ไม่มีปัญหา ไม่มีตรงไหนไม่สบายเจ้าค่ะ” ว่าแล้ว ซุ่ยเอ๋อก็หอบผ้าห่มมาปูตรงพื้นข้างเตียง
เห็นอีกฝ่ายยืนกรานเช่นนั้น เย่อวี๋หรานจึงไม่พูดอะไรอีก
แม้นางจะหวังดีต่อซุ่ยเอ๋อ แต่จวนของผู้อื่นก็มีกฎระเบียบภายในจวน ถ้านางไปทำลายกฎนั้นอาจเป็นเรื่องร้ายมากกว่าดี
บางครั้ง คนเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะ ‘เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม’
แต่ว่ากันตามตรงแล้ว มีคนมาปรนนิบัติเข้านอนเช่นนี้กลับเป็นเรื่องกดดันมากทีเดียว
ช่วงแรกเย่อวี๋หรานถึงกับปัสสาวะไม่ออก แต่คนเราก็เป็นเช่นนี้ กลั้นเอาไว้นานเข้า เรื่องบางอย่างก็ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ ประการสำคัญที่สุดก็คือ เมื่อมีครั้งแรกก็จะมีครั้งที่สอง ในไม่ช้าก็กลายเป็นความชินชา
เย่อวี๋หรานหน้าบาง วิธีแก้หนึ่งเดียวที่คิดได้ก็คือพยายามดื่มน้ำให้น้อยที่สุด จะได้ไม่ต้องปลดทุกข์บ่อย ๆ ทั้งรบกวนคนอื่นและลำบากตนเอง
วันรุ่งขึ้น จูซานตื่นเช้าก็ตรงมาเปลี่ยนยาให้เย่อวี๋หราน
เมื่อมีสาวใช้ปรนนิบัติแล้ว เย่อวี๋หรานย่อมไม่เห็นด้วย
จะพูดอย่างไร นางก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง แม้จูซานจะเป็นลูกชายของนาง ทว่าเจ้าของร่างเดิมเป็นผู้ให้กำเนิด จะมากน้อยอย่างไรก็…
จะอธิบายอย่างไรดีเล่า?
รู้สึกทะแม่ง ๆ อยู่บ้าง
ปรนนิบัติเย่อวี๋หรานมาทั้งคืนแล้ว ซุ่ยเอ๋อนับว่าพอจะเข้าใจเย่อวี๋หรานขึ้นมาบ้าง
‘นี่คือท่านยายจากชนบทที่ค่อนข้างขี้อายคนหนึ่ง!