“นี่คงเป็นศิลาเพลิงที่ว่ากระมัง? ก็ไม่ได้ส่องประกายอะไรมากนักนี่!” เธอหยิบหินสีดำที่เพิ่งขุดออกมาไว้ในมือ ศิลาเพลิงก้อนนี้มีขนาดเท่าไข่ไก่ ทว่ามีปลายที่แหลมมาก เจ้าหินก้อนเล็กๆ นี้ฝังอยู่ใต้ดิน ซึ่งก็คือหินก้อนที่ปลายแหลมของมันโผล่พ้นดินขึ้นมา แหละเฟิ่งจิ่วเดินไปเหยียบมันทำให้รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ใต้เท้า
“นี่ก็คือศิลาเพลิง มีก้อนที่ใหญ่กว่าก้อนที่อยู่ในมือของเจ้า แล้วก็มีก้อนที่เล็กกว่าก้อนที่อยู่ในมือของเจ้าด้วยเหมือนกัน” ชายชราตอบ ยิ้มตาหยีมองเธอ “ดูจากโชคชะตาที่ดีผิดธรรมชาติของเจ้า ข้าคิดว่าพาเจ้าไปหาหญ้าเพลิงฉายด้วย จะต้องหาเจอสักต้นแน่ๆ”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วโยนศิลาเพลิงในมือเล่น พลางมองตาเฒ่าพร้อมกับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “หากข้าเจอ ข้าไม่ยกให้ท่านหรอกนะ”
“หากเจ้าเจอ ย่อมต้องเป็นของเจ้าอยู่แล้ว ข้าเอาของมาแลกกับเจ้าก็ได้” ฮุ่นหยวนจื่อเอ่ย มองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง “วางใจเถิด! ข้าไม่เอาเปรียบเจ้าหรอก”
“ตรงนี้ก็มีศิลาเพลิงอยู่ก้อนหนึ่ง” จู่ๆ เสียงของจัวจวินเยวี่ยก็ดังมา ดึงความสนใจของทั้งสองให้หันไปทางนั้น
“อยู่ไหนๆ?” ตาเฒ่ารีบวิ่งไปหา เห็นจัวจวินเยวี่ยโค้งคัวลงไปขุดศิลาเพลิงข