นนั้นก็ดี แค่ไม่ทำให้ข้าตื่นขึ้นมากลางคันก็พอแล้ว”
……
เย่อวี๋หรานรู้สึกง่วงงุนมากขึ้นตามลำดับ
นางไม่รู้ว่าตนเองหลับไปตั้งแต่ตอนไหน ทว่าคราวนี้นางหลับลึกอย่างยิ่ง
พออายุมากขึ้น คุณภาพการนอนของนางก็ย่ำแย่ลง คิดไม่ถึงว่าพอดื่มยาถ้วยนี้ลงไปแล้วกลับทำให้นางได้นอนหลับจนเต็มอิ่ม
“ท่านแม่ ท่านฟื้นแล้ว?”
พอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงของจูชี ตามด้วยศีรษะของคนสองคนที่เข้ามามุงตนเอง
“พวกเจ้าเองหรือ ข้าหลับไปนานเท่าไหร่?”
เย่อวี๋หรานอยากขยับลุกขึ้น แต่ถูกจูซานกดตัวเอาไว้ “ท่านแม่ ท่านอย่าเพิ่งขยับขอรับ ท่านเพิ่งจัดกระดูกมา ยังขยับตัวไม่ได้…”
“ข้าลืมไป”
ช่วงกลางลำตัวไม่อาจขยับ เย่อวี๋หรานจึงได้แต่ยักไหล่ กระดิกเท้าไปมา ขับไล่ความมึนงงที่ยังหลงเหลืออยู่ออกไป
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ จูซานก็ยังจับตามองเขม็ง เกรงว่านางจะขยับส่วนที่ไม่ควรขยับแล้วจะต้องเจ็บตัว
ภูมิปัญญาของคนโบราณไม่อาจคาดคิดได้เลยจริง ๆ เมื่อเย่อวี๋หรานเห็นว่าสะโพกของนางมีกล่องไม้คร่อมเอาไว้ก็พูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว
นี่จะแสดงมายากลกันหรือไร?
จูซานเห็นว่านางจ้องกล่องใบนั้นอยู่ก็รีบอธิบาย “กลัวว่าท่านแม่จะขยับตัวส่งเดช จึงทำเจ้านี่มาให้ขอรับ พอถึงเวลาข้าเปลี่ยนยาให้ท่านก็สะดวก…”
เขาเพิ่งพูดจบ เย่อวี๋หรานก็ถามขึ้นมาว่า “แล้วถ้าข้าอยากเข้าห้องสุขาเล่า?”
จูซานชะงักไปเล็กน้อยจึงตอบว่า “พวกเราเจาะรูไม้ปูเตียง ถึงตอนนั้นค่อยวางกระโถนไว้ข้างล่าง…”
เย่