อวี๋หรานไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลย “…”
แค่หกล้มไปรอบเดียว นางก็กลายเป็นคนพิการไปแล้วงั้นหรือ?
นางอยากถามเขาเหลือเกินว่าตอนนี้นางนอนหมอบอยู่ ปลดทุกข์เบาไม่มีปัญหา แต่ถ้าปลดทุกข์หนักเล่า?
ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ‘อึ’
แต่แค่คิดก็รู้สึกขยะแขยงแล้วจึงไม่ได้ถามออกมา
หมอไป๋หลี่น้อยได้ยินว่านางรู้สึกตัวแล้วจึงแวะมาตรวจอาการในภาพรวมให้
เมื่อพบว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็ให้จูซานกับจูชีพาคนจากไปได้
แน่นอนว่าเขาให้อีกฝ่ายทิ้งที่อยู่เอาไว้ ถึงเวลาเขาจะได้ไปติดตามอาการของเย่อวี๋หรานได้ถึงที่
เห็นหมอไป๋หลี่น้อยใส่ใจผู้ป่วยอย่างนางเช่นนี้ เย่อวี๋หรานที่รู้สึกตัวเต็มที่แล้วจึงแสดงความขอบคุณด้วยตนเอง บอกว่าถ้าร่างกายนางดีขึ้นเมื่อไหร่จะต้องเข้าครัวด้วยตนเอง เชิญเขามาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันอย่างแน่นอน
หมอไป๋หลี่น้อย “…”
คนอื่นล้วนใช้ของกำนัลล้ำค่ามาแสดงความขอบคุณ นางกลับแสดงความขอบคุณเขาด้วยการเข้าครัวทำอาหาร?
คงไม่ได้คิดจะประหยัดเงินกระมัง?
แต่เมื่อพิจารณาถึงค่ารักษาที่เย่อวี๋หรานต้องจ่ายคราวนี้ เขาก็เข้าใจได้
แต่ในมือเขามีใบค้างชำระหนี้หลายใบเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นางจึงจะชดใช้คืนได้จนหมด?
เย่อวี๋หรานพูดว่า “ไม่รีบร้อน ถึงอย่างไรก็ไม่มีดอกเบี้ย ค่อย ๆ ใช้คืนก็ได้”
นางไม่บอกหมอไป๋หลี่น้อยหรอกว่าอันใดจึงเรียกว่า ‘ภาวะเงินเฟ้อ’
เมื่อออกมาจากโรงหมอ ฟ้าด้านนอกก็มืดแล้ว
เยี่ยนเหออันกลับไปจัดการธุระของตนเองนานแล้