์กู่พาคนมาแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรยืดเยื้อ ส่งสองพ่อลูกตระกูลเฉินไปให้ทางการทันที
ล้อเล่นกันหรือไร บัณฑิตที่มีตำแหน่งติดตัวทั้งคน คนตระกูลเฉินบอกว่าจะฆ่าก็ฆ่า แบบนี้มันไม่เห็นโจวเสวียปัญญาชนบนแผ่นดินนี้ รวมถึงทางการอยู่ในสายตาเลยชัด ๆ
กระทำการอุกอาจเช่นนี้ ไม่ส่งตัวให้ทางการแล้วจะส่งตัวไปที่ไหน?
อาจารย์กู่พิโรธอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้จึงมีเรื่องที่เขาตำหนินายอำเภอหลิวตามมาหลังจากนั้น
สามแม่ลูกสนทนากันเรื่องคดีอีกเล็กน้อย
เดิมทีวันนี้ไปแจ้งความกับทางการแล้วก็ต้องขึ้นศาล แต่เพราะอาการบาดเจ็บของเย่อวี๋หรานค่อนข้างหนัก จำเป็นต้องไปหาหมอ ประกอบกับยังมีคนตระกูลเฉินที่หนีไปได้ เรื่องขึ้นศาลจึงต้องเลื่อนออกไปก่อน
แต่ไม่ว่าจะเลื่อนออกไปอย่างไร สุดท้ายยังคงต้องขึ้นศาล ในฐานะโจทก์ พวกเย่อวี๋หรานต้องขึ้นศาลอยู่แล้ว ถึงตอนได้พบนายอำเภอจะต้องพูดจาอย่างไร พวกเขาจำเป็นต้องใคร่ครวญเอาไว้ จะได้ไม่พูดผิดไปจนทำให้ตัวเองเดือดร้อน
เย่อวี๋หรานสลบไสลไปครึ่งค่อนวัน นางจึงไม่รู้ว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง
จูซานก็ยุ่งอยู่กับเรื่องเย่อวี๋หราน ทั้งยังต้องไปขนย้ายข้าวของ จึงยังไม่ได้ไปสอบถามข่าวคราว
จูชียิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาอยู่ที่โรงหมอไป่เย่าถังตลอดเวลาย่อมไม่รู้อะไรทั้งนั้น
สามแม่ลูกสนทนากันอยู่บนรถม้าอยู่เป็นนาน ทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่หลายตลบ
เวลานั้น พวกเขาพบว่ารถม้าหยุดลงแล้ว
“อาเย่ ถึงแล้วใช่ไหมขอรับ?”