นัยน์ตางามคู่นั้นหรี่เล็กเปี่ยมด้วยอารมณ์ กลางหว่างคิ้วเต็มไปด้วยแววยั่วเย้า กลีบปากสวยแดงเจ่อและมันวาวเพราะจูบอันเร่าร้อน ดูเอิบอิ่มน่าลุ่มหลงยิ่งนัก
กลีบปากของเธออ้าออกเล็กน้อย อิริยาบถยามพ่นลมหายใจ คล้ายกำลังเชื้อเชิญให้เขาลิ้มรสสาวงาม มองดูจนหัวใจของเขาร้อนระอุ อดไม่ได้ที่จะโน้มกายลงไป และจุมพิตกลีบปากแดงที่อ้าออกเล็กน้อยอีกครั้ง…
เฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่บนตักของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ขณะที่กำลังขยับตัว ก็สัมผัสถูกบางสิ่งที่อุ่นร้อนทว่าคุ้นเคยดี ทำให้เธอที่นั่งอยู่บนตักเขาต้องขยับตัวเพราะอึดอัด ใครจะรู้ เธอเพิ่งขยับ ก็ได้ยินเสียงเขาร้องครวญขึ้นมา
“อึก!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อตัวแข็งทื่อ ร้องครวญขึ้นมา สองมือประคองเอวของนาง เสียงที่เดิมทุ้มต่ำมีเสน่ห์น่าทีกลับฟังดูแหบแห้งเหมือนกำลังข่มกลั้น “อย่าขยับส่งเดช”
ได้ยินเขาว่าอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วก็ตัวแข็งทื่อ ถลึงตาจ้องเขาอย่างไม่พอใจ “ข้านั่งไม่สบาย”
ทั้งที่เป็นการถลึงตา แต่นาทีนี้ การถลึงตาของเธอในสายตาของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ กลับดูเป็นการมองค้อนอันแสนอ่อนหวาน การมองค้อนอันน่าหลงใหลนั่น ทำให้ลมหายใจของเขากระชั้นชิดขึ้นอีกหลายส่วน
“เรากลับห้องกัน”