บทที่ 778 ยามคราวเคราะห์เข้ามา นกก็บินแยกจากกันไป
ใต้เท้าผู้ว่าการมณฑลหงุดหงิดเสียจนก่นด่าไม่หยุด
คล้ายกับว่าเขาจะสามารถรู้ล่วงหน้าว่าตนจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ใดหากไม่จัดการเรื่องนี้ให้ดี และปล่อยให้ลุกลามไปยังกลุ่มปัญญาชน
สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตคนคนหนึ่ง
นายอำเภอหลิวน่าเห็นใจเพราะค่ายพรรคมีอิทธิพลในเมืองผู่โซ่ว เขาไม่อาจทำสิ่งใดได้มาก มักทำได้เพียงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หลับหูหลับตามองข้ามไป
นึกไม่ถึงว่าไม่ได้ใช้สมองมานาน อยู่ ๆ จะกู่ไม่กลับเช่นนี้
หากไม่ถูกใต้เท้าผู้ว่าการมณฑลตักเตือน เขาคงแทบไม่นำเรื่องนี้มาใส่ใจ และพร้อมปล่อยให้ค่ายพรรคน้อยใหญ่นี้สะสางสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง
เพียงทำเป็นไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น และลอยตัวอยู่เหนือปัญหา
ถึงอย่างไรแล้วด้วยอำนาจของค่ายพรรคที่กดหัวเขาอยู่ เกรงว่าจะทำให้ชีวิตนี้เขาไม่มีปัญญาทำสิ่งใดได้เป็นชิ้นเป็นอันแล้ว เป็นได้เพียง ‘คนเขลาเบาปัญญา’ และขุนนางผู้ไม่มีน้ำยา
“ขอรับ ข้าน้อยรู้ว่าตัวเองผิดไปแล้ว” นายอำเภอหลิวคุกเข่าลงกับพื้น ยอมรับผิดด้วยท่าทีหวาดหลัว
ใต้เท้าผู้ว่าการเตะก้นเขา “เจ้ารู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว ยังไม่รีบไปจัดการเรื่องนี้อีก!”
“ขอรับ ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้”
นายอำเภอหลิววิ่งหางจุกตูดออกไปจนสะดุดธรณีประตูล้ม โชคดีที่เขามือไว คว้าหมวกดำเหนือศรีษะเอาไว้ได้ ไม่เช่นนั้นมันคงได้ร่วงหล่นลงพื้นแล้ว
สถานการณ์ของขุนนางทางนี้ไ