ราวนี้ถ้าเกิดเรื่องกับพี่ชายเจ้า เหล่าเฉินคงหนีไปไม่ได้…”
เฉินจ้าวซื่อวิตกเมื่อได้ยินว่าสามีของอีกฝ่ายไม่อาจหนีรอด นางรีบสั่งให้ลูกสะใภ้ออกไปตามคนทันที
ทั้งยังกำชับว่าห้ามกระโตกกระตากให้เป็นที่ผิดสังเกตของผู้คน
นางยังหันไปถามเฉินเสิ่นว่ามีใครเห็นตอนที่พวกนางเดินทางมาที่นี่หรือไม่
อีกฝ่ายและครอบครัวไม่เคยพบเจอเรื่องทำนองนี้มาก่อน จึงไม่ได้ระมัดระวังนัก ทว่าเฉินเสิ่นไม่ได้บอกความจริงเพราะกลัวว่าจะถูกไล่ตะเพิดออกไป
“ไม่ต้องห่วง เราเดินมาตามตรอก”
พวกนางเพียงแค่ใช้ ‘ตรอก’ เป็นทางลัด ไม่ได้ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงผู้คน
เฉินจ้าวซื่อเบาใจลงเล็กน้อย ก่อนจะส่งลูกสะใภ้อีกสองคนออกไปดูสถานการณ์ด้านนอก
ใช่แล้ว เฉินจ้าวซื่อเหนือกว่าเฉินเสิ่น แม้จะมีลูกสามคนเหมือนกันแต่ก็เป็นลูกชายทั้งหมดสามคน
ด้วยเหตุนี้ นางถึงได้รู้สึกว่าตนเอง ‘มีหน้ามีตา’ เหนืออีกฝ่ายที่มีลูกชายเพียงสองคนและยังมีสามีเป็นคนพิการ แบบนี้จะมาสู้นางได้อย่างไร
จากนั้นทันทีที่อาเฉินกลับมา เขาก็บอกให้เฉินเสิ่นรีบออกจากเมืองไปก่อนฟ้ามืด
“อะไรกัน จะให้เราออกจากเมืองอย่างนั้นหรือ เหล่าเฉิน เจ้าทำแบบนี้กับเราไม่ได้…” เฉินเสิ่นหน้าตาตื่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น
สามีของนางและลูกชายกำลังเดือดร้อน คนเดียวที่สามารถช่วยเหลือได้คืออาเฉิน หากแม้แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมช่วยยังจะนับว่าเป็นครอบครัวได้อีกหรือ
นางวิตกและบอกว่าอาเฉินเป็นคนแนะนำปัญญาชนคนนั้นให้รู้จัก หา