้าวซื่อผู้เป็นภรรยาตกใจเมื่อเห็นสามีกลับมาถึงบ้านด้วยสภาพสะบักสะบอม นางรีบเข้าไปดูอาการเขา “เจ้า เกิด… อะไรขึ้นกับเจ้ากัน!”
อาเฉินมีท่าทีเคร่งเครียดและไม่ได้ตอบอะไรสักคำ
เมื่อเห็นสายตาของเขา นางก็ไม่กล้าปริปากถามอีก จึงสั่งให้ลูกสะใภ้ไปเตรียมน้ำอาบ ส่วนนางเข้าไปหยิบเสื้อผ้ามาให้เขาผลัดเปลี่ยน
นึกไม่ถึงว่าทันทีที่กลับมา เขาก็หายไปเสียแล้ว
“ปู่เจ้าไปไหน?”
หลานชายได้ยินแล้วก็ไม่ได้สนใจนัก เขาชี้สะเปะสะปะไปทางหนึ่งพลางพูดว่า “ดูเหมือนจะไปทางนั้น”
เฉินจ้าวซื่อคาดเดาในใจเมื่อเห็นว่าเป็นด้านหลังบ้าน คงไม่ได้ไปที่ห้องใต้ดินหรอกกระมัง
วันนั้นระหว่างที่นางทำความสะอาดเล้าไก่กับลูกสะใภ้ อยู่ ๆ เฉินเสิ่นกับสะใภ้ทั้งสองกับหลานอีกสามคนก็วิ่งหน้าตั้งมาหา
“น้องสะใภ้ รีบไปเรียกเหล่าเฉินมาเร็วเข้า เกิดเรื่องขึ้นแล้ว”
“เกิดอะไรขึ้นเรอะ?” เฉินจ้าวซื่อมองสัมภาระในมือพวกนางแล้วงุนงง
ครอบครัวของอีกฝ่ายอาศัยอยู่ที่เมืองผู่โซ่ว จึงแวะมาพูดคุยกันบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยขนสัมภาระติดมาด้วยสักครั้ง
หลาน ๆ ทั้งสองคนก็เช่นกัน สีหน้าตื่นตระหนกของทั้งคู่ฉายชัดถึงความหวาดกลัว
“พี่ชายเจ้าจะฆ่าคนแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขาน่ะสิ”
สิ้นคำของเฉินเสิ่น เฉินจ้าวซื่อก็ตกใจสุดขีด “อะไรนะ!”
“โถ มัวช้าอยู่ทำไม รีบเร็วเข้า อีกฝ่ายเป็นปัญญาชน เขาจะไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่แล้ว…” เฉินเสิ่นลนลานบอก “ก็คือที่เหล่าเฉินแนะนำคราวก่อนอย่างไรเล่า ค