มีกระบี่คมพยับไว้ในครอบครองด้วย เขาสามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินสิบกว่าคนได้อย่างง่ายดาย พลังอันน่าสะพรึงเช่นนี้ วิธีการรวดเร็วหมดจดเช่นนี้ ทำให้พวกเขาตกตะลึงไม่น้อยเลยจริงๆ
“เอาของของพวกเขามาให้หมด ค้นดูว่ามีตำราเกี่ยวกับค่ายกลหรือไม่” เฟิ่งจิ่วหันไปสั่งกลุ่มคนที่มีสภาพสะบักสะบอมอยู่ด้านหนึ่ง
“ขอรับ!”
ทุกคนได้สติกลับคืนมา รีบเข้าไปหยิบถุงฟ้าดินและแหวนมิติของผู้ฝึกมารพวกนั้นมาค้นดู สุดท้ายก็เจอตำราโบราณสภาพเก่าแก่ในแหวนมิติของหนึ่งในพวกนั้น
“หัวหน้า มีจริงๆ ด้วย” ชายชุดดำคนหนึ่งยื่นตำราค่ายกลให้เขา
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองแวบหนึ่งแล้วรับไป จากนั้นก็กำชับพวกเขาว่า “ของอย่างอื่นพวกเจ้าแบ่งกันเสีย จากนั้นก็ทำแผลแล้วตามข้าออกไป”
“ขอรับ! ขอบคุณหัวหน้า!” ทุกคนรับคำ พร้อมกับเอ่ยขอบคุณด้วยความดีใจ ถึงอย่างไรสิ่งของมีค่าบนตัวผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นก็มีไม่น้อย
หลังจากที่พวกเขาทำแผลเสร็จ เฟิ่งจิ่วยื่นน้ำให้พวกเขาดื่มแก้กระหาย ก่อนจะพาพวกเขาออกจากป่าผีแห่งนี้
ขณะเดินตามหลังเฟิ่งจิ่ว สายตาของทุกคนดูตกตะลึง มองดูหัวหน้าของพวกเขาเดินอย่างผ่อนคลายแม้จะมีค่ายกลถูกวางไว้เต็มไปหมด ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนดอกไม้หลังบ้านตนเองก็ไม่ปาน เขาหลบเลี่ยงค่ายกลและพาพวกเขาออกจากป่าผืนนี้ได้อย่างง่ายดาย พวกเขาอดรู้สึกฉงนฉงายไม่ได้
หัวหน้าเป็นใครมาจากไหนกันแน่? เขาตั้งใจแฝงตัวเข้าไปในวิหารราตรีด้วยตนเองกระมัง? มีพลังเ