ดีๆ เชื่อว่าสามารถช่วยพัฒนาวิชาค่ายกลของเขาได้มาก
หลังจากพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง ทุกคนก็ออกเดินทางอีกครั้ง ประมาณสองชั่วยามผ่านไป พวกเขากลับมาถึงป่าผืนเดิมรวมตัวกับอีกสามคนที่เหลือ หลังจากที่ทุกคนรวมตัวกัน เฟิ่งจิ่วให้คนที่บาดเจ็บเปลี่ยนเสื้อผ้าปกติ และสั่งให้พวกเขาล่วงหน้าไปหาที่พักใกล้ๆ หอรวมสมบัติเพื่อพักฟื้นบาดแผลบนร่างกายก่อน
ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งให้มุ่งหน้าไปยังหอรวมสมบัติโดยตรง หลังจากสืบข่าวก็รอฟังคำสั่งค่อยลงมือ ส่วนเธอใช้แกนเคลื่อนย้ายกลับไปเยี่ยมผู้อาวุโสถานดูก่อน
ด้วยเหตุนี้ในยามพลบค่ำ ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืด เฟิ่งจิ่วก็เข้าไปในตัวเมือง พอมาถึงกลางตลาดนัด เธอซื้อเนื้อน้ำค้างสองจิน และหอบเอาสุราหนึ่งไหเดินไปที่ลานบ้านของผู้อาวุโสถาน
ตอนมาถึงลานบ้าน ข้างในยังไม่มีใคร เธอจึงวางของไว้บนโต๊ะ หาถ้วยสุรามาสองถ้วย หลังจากเตรียมของเสร็จ ก็เห็นผู้อาวุโสถานผลักประตูเดินเข้ามาจากข้างนอก พอเห็นเฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่ในลานสวน เขาตะลึงงัน
“ท่านปู่ถาน มาแล้วหรือ? ข้าซื้อเนื้อน้ำค้างกับสุรามา มาชิมดูหน่อย” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยีนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ขณะเดียวกันก็เทสุราใส่ถ้วย
ผู้อาวุโสถานที่ได้สติวางของลงแล้วเดินเข้ามาหา นั่งลงฝั่งตรงข้ามจ้องเฟิ่งจิ่ว “เจ้าไม่เป็นไรหรือ ออกมาได้อย่างไร?” เข้าไปที่นั่นแล้วเขายังออกมาได้อีกหรือ? ไม่ธรรมดาจริงๆ
“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าไม่เป็นไรหรอก” เฟิ่งจิ่วตอบพร้อมกับยิ้มตา