มที่อยู่ข้างล่างกระดูกแทบกรอบหมดแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมื่อหญิงสาวคนนั้นทำแววตาน้อยเนื้อต่ำใจ สีหน้าที่ชวนให้เอ็นดูสงสารนั่น ทำเอาเหล่าชายหนุ่มด้านล่างอดเอ่ยปากขึ้นมาไม่ได้
“เถ้าแก้ ท่านขวางพวกนางทำไมกัน? แม่นางทั้งสี่อยากได้ห้องส่วนตัว ท่านก็ให้คนเจียดออกมาให้สักห้องก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ? ปล่อยให้หญิงงามหยาดเยิ้มสี่คนนั่งกินข้าวในห้องโถงเช่นนี้ ท่านไม่สงสารบ้างหรือ?”
“นั่นน่ะสิ พวกข้าก็อีกเรื่องหนึ่ง ลูกผู้ชายกินข้าวที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่นี่คนอื่นเขาเป็นหญิงสาวอย่างไรก็ควรมีห้องส่วนตัวจึงจะเหมาะสม! อีกอย่าง ไม่แน่ว่าคนในห้องส่วนตัวตอนนี้พอได้เห็นแม่นางทั้งสี่ ก็อาจยอมยกห้องให้เพราะรู้จักถนอมหญิงงามเหมือนพวกเราก็ได้!”
ฟังเสียงคนพวกนั้นร้องโห่ตามน้ำ เถ้าแก่กลับหน้าไม่เปลี่ยนสี เพียงขมวดคิ้ว อธิบายกับหญิงสาวทั้งสี่ “แม่นางทั้งสี่ ไม่ใช่ข้าไม่ยอมช่วย แต่คนในห้องส่วนตัวทั้งสี่ห้องล้วนเป็นคนที่ไม่อาจทำให้ผิดใจได้ ข้าทำไปก็เพราะหวังดีกับแม่นางทั้งสี่ด้วย”
เขาเอ่ยแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอขึ้นมาว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! แขกในห้องส่วนตัวทั้งสี่ห้องเดาว่าคงนั่งอีกไม่นานนัก ไม่สู้พวกท่านออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อย ดูว่ามีของอะไรที่อยากซื้อหรือไม่ ผ่านไปพักหนึ่งค่อยกลับมา ข้าจะเก็บห้องส่วนตัวไว้ให้พวกท่านหนึ่งห้อง”
ใครจะรู้ ขณะที่เขากำลังพูดกับหญิงสาวนางนั้น สามคนข้างหลังกลับเดิน