ยรู้จักมาเลย จริง ๆ นะ ข้าไม่ได้โกหก”
เยี่ยนเหออันคลี่ยิ้มพลางเอ่ยว่า “ข้าบอกเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าได้เจออาโม่จะต้องชอบเขาแน่นอน”
จูชีพยักหน้า “อื้ม ๆ เจ้าพูดไม่ผิดเลย ข้าชอบเขาจริง ๆ ดังนั้นข้าจึงไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่น้องของเจ้าถึงได้ไม่ชอบเขา?”
เขาตกอยู่ในห้วงกังขา
เยี่ยนเหออันไม่ได้อธิบาย คงไม่อาจบอกไปว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพี่น้องย่ำแย่กระมัง?
อาโม่ทราบว่านายน้อยเคยชมเชยตนเองไว้ในจดหมายที่เขียนถึงจูชี แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพอได้มาพบหน้ากันเช่นนี้ นายน้อยกับอีกฝ่ายจะชมเชยตนเองอีก จึงรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง
เขาจำต้องเอ่ยเตือนเยี่ยนเหออันว่า “คุณชาย ต้องมัดคนพวกนี้เอาไว้ไหมขอรับ?”
ไม่อย่างนั้น เขาคงต้องถือดาบเฝ้าคนอยู่ตรงนี้ไปเรื่อย ๆ
“มัดสิ ต้องมัดอยู่แล้ว เดี๋ยวค่อยส่งตัวให้ทางการ” เยี่ยนเหออันออกคำสั่งให้คนอื่นช่วยอาโม่มัดคนเอาไว้ด้วยความเคยชิน
แต่พอหันหน้ากลับมาก็พบว่าข้างกายคือคนสกุลจู ไม่มีบ่าวรับใช้คนอื่น ทันใดนั้นก็ออกจะไม่ชินอยู่บ้าง
แต่เขาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วและพูดว่า “ซุ่นเต๋อ มีเชือกหรือไม่ พวกเราไปมัดคนเอาไว้เถอะ”
“มี อยู่ในเรือน” จูชีคิดถึงเชือกที่เคยใช้มัดตนเองกับพี่สามขึ้นมาได้ทันที
จูซานก็คิดออก เขาเอ่ยเตือนว่าในเรือนยังมีคนอื่นอีก
เฉินเสิ่น สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินกำลังจัดการสัมภาระของพวกเขาอยู่ในเรือนหลัง ต้องการให้ร่องรอยของพวกเขาหายไปอย่างหมดจด
เมื่อได้ยินว่าค