ลวจริงๆ กลายเป็นคนของวิหารราตรีของเรา จะเป็นคนรักตัวกลัวตายไม่ได้”
คนพวกนั้นได้ยินก็ขมวดคิ้วมองเขา เหมือนไม่เข้าใจที่เขาพูด
ผู้อาวุโสกุ่ยจ้องพวกเขา เผยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “แม้พวกเจ้าจะอ่อนแอกว่าพวกเขาไปหน่อย แต่ข้าถูกใจความกล้าหาญนี้ จะไว้ชีวิตพวกเจ้าสักครั้ง ข้าเชื่อว่าแม้จะกลายเป็นยอดฝีมือไม่ได้ แต่ต่อไปพวกเจ้าต้องมีประโยชน์แน่ๆ”
เอ่ยจบ ก็หันไปกำชับผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณสองคนข้างกาย “พาพวกเขากลับไปหาอาวุโสซุ่น ให้เขาดูแลเรื่องการฝึกฝนของคนพวกนี้”
“ขอรับ” ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณสองคนรับคำ ก่อนตะโกนเรียกขายสี่สิบคนนั้น “มาทางนี้!”
ครั้นคนพวกนั้นออกไป ผู้อาวุโสกุ่ยเหลือบมองชายสามสิบกว่าคนที่กำลังคุกเข่า สีหน้าเหี้ยมเกรียม “พวกที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ผลักลงไปให้งูให้หมด”
คนที่ไม่มีความกล้า เขาดูแคลนนัก!
“ขะ ข้าจะสู้ตายกับพวกเจ้า!”
พวกคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นถูกบีบจนไร้ทางเลือก ทำได้เพียงฮึดขึ้นสู้ พุ่งตัวไปทางผู้อาวุโสกุ่ย คิดเพียงว่าแม้ต้องตายก็ไม่ขอตายคนเดียว ตั้งแต่ที่คนแรกกระโจนเข้าไป คนอื่นๆ ต่างก็พากันกระโจนตามไปด้วย พวกเขาพุ่งโจมตีพวกผู้อาวุโสกุ่ยด้วยความเร็วปานสายฟ้า
ผู้อาวุโสกุ่ยหรี่ตา ประกายกระหายเลือดพาดผ่านดวงตา ขณะกำลังจะลงมือ เงาร่างสีดำเส้นหนึ่งพลันโฉบไหวเข้ามา ถีบคนที่กระโจนใส่เขาออกไป แล้วยืนบังเขาไว้
แววประหลาดใจพาดผ่านดวงตา เขาจ้องเด็กหนุ่มชุดดำกระชับตัวที่กำลั