ป!”
ปี้ซานตวาดเสียงเกรี้ยว สายตาคมปลาบดุจกระบี่คม นาทีนี้ กลิ่นอายกระหายเลือดแผ่ปกคลุมทั่วตัวเขา ราวกับขอเพียงชายคนนั้นกล้าเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว เขาก็จะฆ่าทิ้งเสีย
ชายคนนั้นเห็นอย่างนั้น ก็ทนเจ็บลุกขึ้นกุมท้อง จ้องปี้ซานด้วยสายตาเคียดแค้นแวบหนึ่ง จากนั้นก็ตวัดจ้องเฟิ่งจิ่ว ก่อนจะหมุนตัวจากไป หายลับไปในพุ่มหญ้า
“รับไว้เสีย!” ปี้ซานยื่นผลไม้มาตรงหน้าเฟิ่งจิ่ว กล่าวด้วยสีหน้าถมึงทึง
เฟิ่งจิ่วมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนยื่นมือออกไปรับ “ขอบคุณ”
แม้ในห้วงมิติของเธอมีน้ำและของกิน อีกอย่างการใช้พลังงานเท่านี้แทบไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อเธอเลย ทว่าเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตา วันนี้ทั้งวันเธอจึงแสร้งทำตัวได้น่าเอน็จอนาถไม่น้อย
ปี้ซานหน้าบึ้งเดินออกไป เดินไปพูดคุยกับพวกเหลยเซียวสองสามประโยค ไม่นาน ทุกคนก็เตรียมตัวออกเดินทางอีกครั้ง ในเวลานี้เอง ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณสองคนพลันปรากฏอยู่บนต้นไม้ พวกเขาเปิดถุงสีดำที่ถือไว้ในมือออก แล้วเทของข้างในลงไปข้างล่าง
“ฟ่อ! ฟ่อๆๆ!”
“อ๊าก!”
“เป็นงู!”
“เป็นงูพิษ!”
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกคนที่ตอนแรกกำลังนั่งล้อมวงกันพลันกรีดร้องด้วยความตกใจและแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง รู้สึกเพียงงูพิษตัวลื่นๆ พันรัดอยู่บนตัว บางคนหลบไม่ทันถูกงูกัดร้องโหยหวนเสียงดัง
“อ๊าก!”
เฟิ่งจิ่วที่อยู่ในเหตุการณ์โกลาหลกำลังกินผลไม้ ยังไม่ทันได้กลืนสักคำ ก็เห็นงูพิษสีสันฉูดฉาดตัวหนึ่งบินพุ่งมาทางเธอ เธอรี