จึงได้แต่นั่งลงตรงนั้นแล้วส่งเสียงคราง ฟังดูน่าสงสารไม่น้อย
เฟิ่งจิ่วเดินเข้าไป แล้วอุ้มเสือขาวน้อยขึ้นมา มองเข้าไปในป่าแล้วเอ่ยว่า “ไม่ต้องมองแล้ว แม่ของเจ้ามอบเจ้าให้ข้า ต่อไปหากมีโอกาส เจ้าค่อยมาเยี่ยมแม่ของเจ้าก็แล้วกัน!”
ขณะเอ่ยก็อุ้มเสือขาวน้อยเดินมาหยุดตรงหน้าพวกนายท่านลู่ เธอมองนายท่านลู่ ถามขึ้นว่า “นายท่านลู่ จะออกเดินทางเมื่อใดหรือ? ลงจากเขายังต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด?”
………………………………….
ตอนที่ 1802 ใครกล้าแย่ง
เวลานี้ นายท่านลู่มองเฟิ่งจิ่วอุ้มเสือขาวน้อยตัวนั้นไว้ในอ้อมแขนด้วยสายตาแปลกใหม่ ได้ยินเขาถามก็ยิ้มตอบ “ออกเดินทางได้ทุกเมื่อ หากเร่งความเร็ว บางทีสี่ห้าวันก็อาจออกไปได้แล้ว”
หยุดพูดไปครู่หนึ่ง เขามองเสือขาวน้อยในอ้อมแขนเฟิ่งจิ่ว แล้วเตือนอย่างลังเลว่า “สหายน้อยเฟิ่ง เสือขาวน้อยตัวนี้ของเจ้าหากอุ้มลงเขาไปทั้งอย่างนี้ เกรงว่ามีแต่จะนำภัยมาถึงตัว”
เดิมทีเสือขาวก็พบเห็นได้น้อยมาก ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นลูกเสือขาวตัวเล็กขนาดนี้ อย่าว่าแต่มันยังไม่ได้ผูกพันธะสัญญาเลย แม้จะผูกพันธะสัญญาไปแล้ว การอุ้มเสือขาวน้อยไปยังที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน จะต้องนำมาซึ่งปัญหาที่ไม่จำเป็นแน่นอน
หากถูกคนหมายตาจะแย่ง เกรงว่าเขาจะนำภัยถึงชีวิตมาถึงตัวด้วยเหตุนี้ด้วย และเพราะตลอดการเดินทางพูดคุยกันถูกคอ เขาจึงรู้สึกว่าจำเป็นต้องเตือนเด็กหนุ่มสักครั้ง
“แค่ลูกเสือตัวหนึ่ง ไม่เป็นไรหรอก” เฟิ่งจิ่วย