ิ้มตาหยีแล้วตอบ เหมือนไม่เข้าใจความหมายของเขา
ที่จริง เธอฟังเข้าใจ ท่านลุงลู่ผู้นี้กังวลว่าหากเข้าเมืองไปแล้วเสือขาวน้อยจะถูกคนหมายตาแย่งชิง กระทั่งนำภัยถึงชีวิตมาถึงตัวได้
แต่ว่า หึๆ ของของเธอ ใครกล้าแย่ง? และใครจะมีปัญญาแย่งได้?
“ระวังไว้หน่อยย่อมดีกว่า มิสู้เจ้าผูกพันธะสัญญากับลูกเสือตัวนี้ก่อน แล้วค่อยเก็บมันเข้าไปในห้วงมิติพันธะสัญญา ทำอย่างนี้จะได้ไม่เป็นที่สะดุดตาของคนอื่น” นายท่านลู่แนะนำ ถึงอย่างไรหลังจากที่ผูกพันธะสัญญากับสัตว์วิญญาณแล้ว ย่อมสามารถเก็บสัตว์คู่พันธะสัญญาเข้าไปในห้วงมิติพันธะสัญญาที่อยู่ในตัวเราได้ เมื่อทำอย่างนี้ก็จะสะดวกกว่า
“อืม รอถึงเวลาที่ออกจากเขาลูกนี้ได้เมื่อใดค่อยว่ากันก็แล้วกัน! ตอนนี้มันยังเล็ก ข้ายังอยากหาอะไรให้มันกินหน่อย!” พูดถึงเรื่องนี้ เธอก็เริ่มคิดไม่ตก
ลูกเสือที่ตัวเล็กขนาดนี้ เดาว่าแม้แต่เนื้อก็ยังกินไม่เป็น แล้วจะไปหาอาหารประเภทนมให้มันกินได้จากที่ไหนกัน?
“หึๆ ป้อนน้ำสะอาดให้มันก่อนก็ได้ รอถึงในเมืองเมื่อใด ค่อยซื้อนมแกะหรือน้ำข้าวต้มให้มันกินก็ได้” นายท่านลู่บอก พลางพยักหน้าสั่งให้คนของเขาทำความสะอาดกองไฟให้เรียบร้อย จากนั้นก็เดินลงไป
หลังจากที่พวกเขาออกเดินทาง ณ มุมหนึ่งของป่า แม่เสือตัวนั้นเดินออกมา ยืนอยู่ใต้ต้นไม้มองดูอยู่ห่างๆ กระทั่งมองไม่เห็นเงาของพวกเข มันจึงกระโดดกลับเข้าไปในป่าลึกอีกครั้ง…
หลังจากนั้นหนึ่งวันเต็มๆ พวกเขาไม่ไ