้ยาที่มีกลิ่น ก็จะถูกคนที่มีพลังแข็งแกร่งจับได้ง่ายๆ
ทว่าแม้แต่เขา ก็ยังไม่ได้กลิ่นยาอะไรในอากาศ หากไม่ใช่ผู้ฝึกตนพวกนั้นล้มลงทีละคน เขาก็ไม่กล้าเชื่อจริงๆ ว่าจะมีคนใช้ยาล้มผู้ฝึกตนที่พลังไม่ธรรมดาพวกนี้ได้…
“หืม? ยังไม่ล้มอีกหรือ?”
เฟิ่งจิ่วสาวเดินไปข้างหน้าช้าๆ เห็นผู้ฝึกตนบางคนล้มลงนอนบนพื้นอย่างหมดแรง บางคนกลับยังฝืนยืนอยู่ จึงยิ้มตาหยี ยื่นมือเข้าไปในแขนเสื้อหยิบเอาผงยาสีขาวห่อนหนึ่งออกมา “อย่างนั้นข้าเพิ่มให้พวกเจ้าอีกหน่อยก็แล้วกัน!”
ขณะพูด เธอเปิดห่อยา แขนเสื้อโบกสะบัด ผงยาสีขาวกระจายออกไป สาดใส่หน้าของผู้ฝึกตนเหล่านั้น มองดูจนพวกตระกูลลู่มุมปากกระตุก เนิ่นนานก็ยังพูดไม่ออก
ที่แท้ ก็ทำแบบนี้ได้ด้วย…
“แค่กๆ…”
แม้พวกเขาจะอยากกลั้นหายใจ แต่ผงยาพวกนั้นถูกสาดใส่บนตัว อาการแสบจมูกทำให้พวกเขากลั้นหายใจไม่อยู่และไอ จากนั้นก็ล้มลงไปตามๆ กัน
เฟิ่งจิ่วสะบัดแขนเสื้อ กระแสลมอ่อนๆ สายหนึ่งพัดผ่าน พัดเอายาเหล่านั้นให้จางหายไป จากนั้นจึงหันไปมองเสือขาวตัวนั้นที่นอนซมอยู่ข้างต้นไม้ เธอไม่ได้รีบร้อนเดินเข้าไป เพียงจ้องตามันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “ให้ข้าช่วยทำแผลให้เจ้าหรือไม่?”
เธอเดินไปข้างหน้า พลางถาม นายท่านลู่ที่เห็นการกระทำของเธอรีบห้ามปราม “สหายน้อยเฟิ่ง ไม่ได้นะ!”
เฟิ่งจิ่วชะงักเท้า หันกลับไป คล้ายไม่ค่อยเข้าใจ จึงถามด้วยความสงสัย “เหตุใดไม่ได้?”
นายท่านลู่ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ เพียง