ถึงรสชาติหวานปะแล่มในช่องปาก
“ถุย”
พอถ่มออกมาแล้วก็เป็นเลือดสดดังคาด
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในพริบตาเดียวเท่านั้น
เห็นสิ่งที่จูซานกับจูชีต้องประสบ เย่อวี๋หรานรู้สึกสะเทือนใจอย่างรุนแรง
นับตั้งแต่ย้อนยุคมาจนถึงตอนนี้ กล่าวได้ว่านางเรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝน ไม่เคย ‘ไม่ราบรื่น’ ถึงเพียงนี้มาก่อน
แต่ตอนนี้นางกลับทำได้แค่ยืนมองลูกชายทั้งสองถูกคนอื่นทำร้ายร่างกาย
ลมหายใจเปลี่ยนเป็นกระชั้นขึ้นมา
อารมณ์พลันเดือดพล่าน
ประดุจมีลูกไฟติดพรึ่บขึ้นในใจ อาจลุกโหมขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
นี่ยังเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกจนปัญญาถึงเพียงนี้…วันเวลาที่ใช้มีดทำครัวเล่มเดียวโลดโผนอยู่ในใต้หล้าสุดท้ายก็ต้องผ่านไปสินะ!
ขอบตาของนางแดงก่ำ หันกายวิ่งออกไปทางประตูใหญ่ท้ายเรือนของตระกูลเฉิน
เฉินเสิ่นอึ้งงัน ตามด้วยหัวเราะร่า “ฮ่า ๆๆๆ…เห็นไหม เจ้าพวกแซ่จู แม่พวกเจ้าทิ้งพวกเจ้าหนีไปแล้ว!”
จูซานกับจูชีไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่มารดาวิ่งหนีไปโดยทิ้งพวกเขาเอาไว้ข้างหลังด้วย?!
คนทั้งสองพลันสูญเสียความคิดต่อสู้ กอปรกับจูชีเดิมทีก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฉินเสี่ยวซานอยู่แล้ว จูซานทั้งปกป้องเขาและรับมือเฉินต้าซาน เพียงไม่นาน พวกเขาก็ถูกอีกฝ่ายควบคุมตัวเอาไว้ได้
ครานี้เฉินเสิ่นไม่เมื่อยเอว ขาก็ไม่เจ็บอีกแล้ว จึงสั่งการลูกสะใภ้ให้หาเชือกมามัดคนเอาไว้อย่างกระตือรือร้น
เฉินต้าซานนึกรังเกียจที่พวกผู้หญิงไม่มีเรี่ยวแรงจึงลงมือด้วยตัวเอง ม