านานแล้ว” ชายชราชุดเทาว่า เขายกน่องไก่ขึ้นมาดม ก่อนจะฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วกิน จากนั้นก็ยิ้มให้นายท่านลู่ “นายท่าน สหายน้อยเฟิ่งย่างเนื้อเก่งจริงๆ อร่อยมากขอรับ”
เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี หน้าตาใสซื่อไร้พิษสง เธอย่อมรู้ว่าชายชราชุดเทาผู้นี้อยากทดสอบว่าในเนื้อย่างมีพิษหรือไม่ นึกดูแล้ว เขาคงไม่ค่อยไว้ใจเธอ
แต่นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดา อยู่ข้างนอกไม่ควรลดการระวังตัว ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะของนายท่านลู่ผู้นี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะดูจากที่วรยุทธ์ของเขาโดดเด่น ผู้ติดตามของเขาแต่ละคนก็มีพลังไม่ธรรมดาเช่นกัน
“มา ท่านลุงลู่ ยังมีน่องไก่อีกอัน” เฟิ่งจิ่วยื่นอีกชิ้นให้เขา
“ขอบใจมาก” เขารับไปแล้วกล่าวขอบคุณ ฉีกมากินหนึ่งชิ้น
“กรรซ์!”
ทันใดนั้น เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังมาจากในป่า และเหมือนจะมีแรงสั่นสะเทือนตามมาด้วย ท่ามกลางอากาศ แรงกดดันขุมหนึ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากระจายออกมาพร้อมกับเสียงคำราม ราวกับริ้วน้ำที่สะท้านออกไปท่ามกลางราตรี
“คุ้มกัน!” ชายฉกรรจ์หลายคนรีบยืนล้อมนายท่านลู่กับพวกเฟิ่งจิ่วไว้ตรงกลาง กลายเป็นวงล้อมคุ้มกัน
“ดูจากแรงกดดัน น่าจะเป็นสัตว์วิญญาณระดับสูง” นายท่านลู่พูดขึ้น มองท้องฟ้ายามกลางคืน