านพ่อ ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง? ดีขึ้นบ้างหรือไม่?”
“ได้พักครู่หนึ่งก็ดีขึ้นมากแล้วล่ะ” ชายวัยกลางคนพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ พิงต้นไม้ใหญ่แล้วหรี่ตา
อีกด้านหนึ่ง มีชายฉกรรจ์ที่เก็บซ่อนกลิ่นอายหลายคนติดตามมาด้วย ดูท่าทางอายุประมาณสามสิบปีถึงห้าสิบปี ยังมีชายชราชุดเทาติดตามมาด้วยอีกคน แบกกล่องยาเล็กๆ กล่องหนึ่งไว้ที่เอว ดูท่าทางน่าจะเป็นหมอ
พวกเขารุมล้อมชายวัยกลางคนที่นั่งพิงต้นไม้ หว่างคิ้วแสดงออกถึงความกังวลอย่างปิดไม่มิด
“นึกไม่ถึงว่านักเล่นแร่แปรธาตุและหมอในสำนักบุปผาเซียนก็ยังไม่มีวิธี อย่างนี้พวกเราก็ทำได้เพียงไปที่สำนักตะวันฉายดูแล้ว” ชายชราชุดเทาพูดอย่างถอนใจ เขามองชายวัยกลางคน บอกว่า “ท่านผู้นำตระกูล ท่านไม่ต้องห่วง ใต้หล้านี้มีคนที่มีวิชาแพทย์สูงส่งอยู่มากมาย ขอเพียงได้พบ ท่านจะต้องไม่เป็นไรแน่”
“ช่างเถิด ข้าไม่หวังอะไรแล้ว แม้แต่หมอกับนักเล่นแร่แปรธาตุในสำนักบุปผาเซียนยังบอกว่าไร้หนทาง ข้ายังทำอะไรได้อีก? ชีวิตมีเกิดย่อมมีดับ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเถิด! ข้าไม่อยากทรมานอีกแล้ว กลับกันเถิด!”
ใบหน้าเขาดูเหนื่อยล้า ระหกระเหินเดินทางไปขอการรักษามาก็หลายเดือนแล้ว แต่ละคนล้วนบอกว่าไร้หนทาง ให้ไปหายอดฝีมือคนอื่น หลายเดือนมานี้ สี่สำนักใหญ่พวกเขาไปเยือนมาแล้วสามแห่ง ยามนี้ก็เหลือเพียงสำนักตะวันฉายแล้ว
ทว่า อีกสามสำนักยังบอกว่าไร้หนทาง สำนักตะวันฉายจะมีวิธีได้อย่างไรกัน? ดูท่านี่คงเป็นลิ