ย์เดินเข้ามา วางไว้ในห้อง
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “อีกเดี๋ยวข้าค่อยดู” จากนั้นก็กินมื้อเช้าต่อ
“พาพวกข้าไปดูอาจารย์ของเจ้าหน่อย” เจ้าสำนักหันไปบอกมู่หรงอี้เซวียน
“ขอรับ เจ้าสำนัก เจ้าเขาทุกท่าน เชิญข้างใน” เขาทำท่าผายมือ เชิญพวกเขาเข้าไปข้างในพร้อมกัน
ขณะที่เจ้าสำนักกับคนอื่นเข้าไปดูอาการเซียนหยวนชิงข้างใน เฟิ่งจิ่วกินมื้อเช้าเสร็จแล้วก็ไปตรงจดูยาทิพย์เหล่านั้น เธอหยิบยาทิพย์ขึ้นมาดูทีละอย่างแล้ววางลง ค่อนข้างพึงพอใจกับยาทิพย์เหล่านี้ที่เจ้าสำนักนำมาส่ง
เธอเก็บยาทิพย์เหล่านี้เข้าไปในห้วงมิติ จากนั้นก็เดินออกไป ขานเรียก “มู่หรงอี้เซวียน”
“มีอะไรหรือ?” เขาเดินออกมาจากข้างใน พลางถาม
“หาห้องกลั่นยาให้ข้าหนึ่งห้อง” เธอเอ่ยเสียงแช่มช้า
เจ้าสำนักได้ยินอย่างนั้น ก็เดินออกมา กล่าวว่า “บนยอดเขากลั่นยาของสำนักเรามีห้องกลั่นยาที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์มากมาย เจ้าไปกลั่นยาที่นั่นได้”
เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า “ยุ่งยากเกินไป หาที่ไหนสักที่บนยอดเขาลูกนี้ก็พอ”
“บนยอดเขาลูกนี้ไม่มีห้องกลั่นยา หนำซ้ำไม่มีของจำพวกเตากลั่นด้วย เกรงว่า…” มู่หรงอี้เซวียนยังพูดไม่จบ ก็เห็นเฟิ่งจิ่วโบกมือ จึงหยุดพูด
“ไม่ต้องใช้ของพวกนั้น ข้าต้องการแค่พื้นที่โล่งกว้างไม่มีใครมารบกวนเท่านั้น”
ได้ยินอย่างนั้น มู่หรงอี้เซวียนครุ่นคิด แล้วบอกว่า “ห่างจากที่นี่ประมาณสามสิบจั้งมีจวนถ้ำอยู่หนึ่งห้อง ที่นั่นว่างอยู่ รอบๆ มีค่าย