ินแล้ว!” สิ้นเสียง องครักษ์ชุดดำที่ติดตามเขาตลอดพลันลงมือ โจมตีอิ่งอีทันที
อิ่งอีเห็นอย่างนั้นก็ไม่พอใจ รีบตั้งท่ารับทันที ทั้งสองปะทะกันไปมาอยู่หน้าตำหนัก
เสียงต่อสู่ทำให้เหลิ่งซวงที่อยู่ข้างในตกใจ นางเดินออกมาดู เห็นมู่หรงอี้เซวียน จึงถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านมีธุระใด?”
“ข้ามีเรื่องด่วนจะหานายท่านของเจ้า” มู่หรงอี้เซวียนตอบ สายตาเลื่อนออกจากตัวนาง เสียงที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายพลังวิญญาณเปล่งออกจากปาก ดังเข้าไปในห้องนอนอย่างชัดเจน
“เฟิ่งจิ่ว ข้ามีเรื่องเร่งด่วนขอให้เจ้าช่วยเหลือ!”
ในห้องนอน สองคนที่อยู่บนเตียงหอบหายใจเล็กน้อย ขณะที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อพลิกกายเตรียมจะเป็นฝ่ายจู่โจม ก็ได้ยินเสียงของมู่หรงอี้เซวียนดังเข้ามาจากข้างนอก ใบหน้าหล่อเหลาพลันมืดดำ
“ไม่ต้องสนใจเขา!” พูดจบ ก็โน้มตัวลงไปใช้มือโอบเอวบอบบาง
ตอนที่เฟิ่งจิ่วได้ยินเสียงของมู่หรงอี้เซวียน ก็ตกใจเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเห็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อหน้าบึ้ง ก็หลุดหัวเราะ เหมือนทุกครั้งที่พวกเขาอยากทำเรื่องใกล้ชิดกัน มักถูกคนขัดจังหวะอยู่เสมอ
“เฟิ่งจิ่ว ข้ามีเรื่องเร่งด่วนต้องการให้เจ้าช่วยจริงๆ! เกี่ยวพันถึงชีวิตคน เจ้าโปรดออกมา!” เสียงของมู่หรงอี้เซวียนดังมาจากข้างนอก อีกทั้งเสียงนั้น ยังฟังดูคล้ายจะเข้าใกล้ห้องนอนที่ทั้งสองอยู่เรื่อยๆ
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วชะงักเล็กน้อย สองมือยันหน้าอกของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ หยุดการกระทำซุกซนของเข