วียนหยวนโม่เจ๋อเรียก ยกไหสุราขึ้นแล้วยื่นให้เธอที่นั่งลงข้างๆ เขา “สุรานี้ คืนนี้เจ้าอยากดื่มเท่าไรก็ได้”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยักคิ้ว มองเขายิ้มๆ “ท่านจะมอมเหล้าข้า?”
“อะแฮ่ม!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อกระแอมเบาๆ หลบตา แล้วปฏิเสธว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร? แค่อยากให้เจ้าดื่มเต็มที่ อีกอย่าง วันนี้ข้าคิดอย่างละเอียดแล้ว คิดว่าคำแนะนำของเจ้าก็ไม่เลวเหมือนกัน”
“ฉะนั้น?” เธอเคียงคอมองเขา จิบสุราคำหนึ่ง
“ฉะนั้น หากเจ้าเมาแล้วทำอะไรส่งเดช ข้าตัดสินใจแล้ว จะไม่ขัดขืน” เขาปั้นหน้าเคร่งขรึมยามพูดประโยคนี้ ดูเหมือนสีหน้าไร้อารมณ์ ทว่า หากดูดีๆ กลับจะรู้ว่ามุมปากของเขาหยักยิ้มน้อยๆ อยู่ นัยน์ตาสีดำมีรอยยิ้มและความคาดหวังซ่อนอยู่เล็กน้อย
“อย่างนั้นหากข้าไม่เมาเล่า?” เฟิ่งจิ่วกลั้นขำแล้วถาม
ได้ยินอย่างนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อยกถ้วยสุราตรงหน้าขึ้นดื่มหมดในคราวเดียว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ “หากเจ้าไม่เมา ข้าเมาเองก็ได้”
“พรืด!”
ในที่สุดก็หลุดขำออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอจ้องเขาด้วยรอยยิ้ม ดวงหน้างดงามดูมีเสน่ห์เย้ายวนในสายตาเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
“หมายความว่า ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะร่วมหอกันคืนนี้? ไม่สิๆ นี่เรียกว่าร่วมหอที่ไหนกัน! นี่ท่านคิดจะมัดมือชกชัดๆ เลยนี่!” พูดมาถึงตรงนี้ เธอยกมือขึ้นปิดปาก หัวเราะคิกคัก
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเติมสุราให้เธออีกแก้ว กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ที่จริงข้าหวังว่าเจ้าจะม