ขึ้น คารวะไปทางเขา “ถวายบังคมฝ่าบาท”
“ทุกท่านไม่ต้องมากพิธี นั่งเถิด นั่ง!” ผู้ครองแคว้นจักรวรรดิเซวียนหยวนพยักหน้า ให้ทุกคนนั่งลง จากนั้นก็เดินไปยังตำแหน่งประธาน หันมองคู่สามีภรรยาเฟิ่งซานหยวนที่อยู่ด้ายซ้ายเบื้องล่าง
“สองท่านคงเป็นท่านปู่และท่านย่าของเสี่ยวจิ่วกระมัง” เห็นพวกเขาสองคนยังหนุ่มยังสาวเช่นนี้ เขาอดลอบถอนใจไม่ได้ เฟิ่งซานหยวนอายุเกือบร้อยปีแล้ว แต่เพราะระดับวรยุทธ์ กลับมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์เช่นนี้ หากวรยุทธ์ของเขาไม่ถูกทำลาย เขาก็คงไม่ต้องอยู่ในสภาพแก่ชราเช่นนี้
“ใช่แล้ว” เฟิ่งซานหยวนพยักหน้า มองเขาแล้วถามด้วยความห่วงใย “ฝ่าบาททรงดีขึ้นบ้างหรือไม่?”
“ดีขึ้นมากแล้ว โชคดีที่มีเสี่ยวจิ่วอยู่ ไม่เช่นนั้น…” เขาส่ายหน้ายิ้มๆ สายตาที่มองเฟิ่งจิ่วเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง หากไม่มีนาง ตอนนี้เขาก็คงไม่ต่างจากคนที่รอความตาย จะมีโอกาสรักษาแก่นพลังในให้หายดี และกลับสู่เส้นทางผู้ฝึกเซียนอย่างนี้อีกที่ไหนกัน?
“ฝ่าบาทไม่ต้องห่วง วิชาแพทย์และวิชาปรุงยาของเสี่ยวจิ่วล้วนยอดเยี่ยม มีนางอยู่ ท่านจะต้องกลับไปหายดีเหมือนเดิมได้แน่” เฟิ่งซานหยวนพูดปลอบ ในใจก็คิดเช่นนั้น
พวกเขาแม้ผ่านความเป็นความตายมา แต่กลับไม่ถูกทำลายวรยุทธ์เหมือนผู้ครองแคว้นท่านนี้ หากถูกทำลายวรยุทธ์ ด้วยอายุของพวกเขา เกรงว่าคงทนรอจนแม่หนูเฟิ่งมาช่วยไว้ไม่ทัน
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเชื่อนาง” ผู้ครองแคว้นจักรวรรดิเซวียนหยวนพยักหน้ายิ้