แล้วแย้มยิ้มอ่อนโยน “ข้ากำลังดูนกบนต้นไม้”
คุณชายที่เดิมทีมีบุคลิกสุขุมสง่างาม แต่จนใจที่บนใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยนนั่น รอบดวงตากลับเป็นวงสีดำ ปรากฏรอยช้ำเลือดให้เห็นรางๆ เฟิ่งจิ่วเห็นก็อดหลุดยิ้มไม่ได้ ชี้ไปที่ตาของเขา
“เหตุใดไม่หายามาทาสักหน่อย?” ออกมาเดินข้างนอกด้วยดวงตาที่ถูกต่อนจนช้ำเขียวเช่นนี้ เขาก็ไม่รู้จักกลัวว่าจะเสียภาพพจน์คุณชายโม่เฉินของเขาบ้างเลย
“ข้าตั้งใจเก็บไว้ จะได้ให้เจ้าเห็น ว่าเซวียนหยวนโม่เจ๋อลงมือหนักขนาดไหน” เขาพูดด้วยสีหน้าเอือมระอา “ทั้งที่ข้าไม่ได้หาเรื่องเขาเลยแท้ๆ”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ล้วงยาขวดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้เขา “ยานี้มีฤทธิ์สลายลิ่มเลือด คืนนี้ท่านเอากลับไปทาหน่อย พรุ่งนี้ก็ดีขึ้นแล้ว”
“ข้าจะไม่ขอบคุณหรอกนะ” เขารับยาไปเก็บ
เฟิ่งจิ่วยักไหล่ “ข้าจะไปดูฝ่าบาทหน่อย ขอตัวลา”
“ข้าไปกับเจ้าด้วย” เขาบอก แล้วมองหน้าเธอที่เลิกคิ้วมองเขา “ข้าเองก็เพิ่งมาถึงวังเซวียนหยวนวันนี้ ประลองกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อไปหลายกระบวนท่า แต่กลับยังไม่ได้ไปคารวะผู้ครองแคว้นจักรวรรดิเซวียนหยวน ประจวบเหมาะได้ไปกับเจ้าพอดี”
“ก็ดีเหมือนกัน เช่นนั้นก็ไปกันเถิด!” เธอสาวเท้าเดิน พยักหน้าให้ฮุยหลางนำทาง
อิ่งอีที่อยู่ไม่ไกลยืนดูเงียบๆ กระทั่งพวกเขาเดินหายลับไป จึงละสายตาออกมา แล้วเดินเข้าไปในตำหนัก
ครั้นเซวียนหยวนโม่เจ๋อตื่น เห็นเฟิ่งจิ่วที่นอนข้างๆ ไม่อยู่แล้ว จึงลุ