่มชุดแดงอุ้มไปยังตำหนักบรรทมอย่างใกล้ชิดสนิทสนมอย่างนั้น แต่ละคนอดกระซิบกระซาบกันไม่ได้
“คนผู้นั้นเป็นใครกัน? สวรรค์! นี่ข้าไม่ได้มองผิดไปกระมัง? ไม่นึกว่าข้าจะเห็นองค์รัชทายาทถูกชายผู้หนึ่งอุ้ม…”
“แต่ชายหนุ่มชุดแดงคนนั้นช่างรูปงามนัก รูปร่างเขาไม่ได้ล่ำสัน กลับอุ้มองค์รัชทายาทได้อย่างสบาย แต่องค์รัชทายาทมิใช่มิชอบให้ผู้อื่นเข้าใกล้หรือ? คนผู้นี้กล้าได้อย่างไรกัน?”
“นี่องค์รัชทายาททรงเป็นอะไรไป? ท่าทางเหมือนจะทรงหมดสติไปแล้ว?”
“พวกเจ้ารู้อะไรหรือไม่ ท่านผู้นั้นก็คือภูตหมอเฟิ่งจิ่ว นางเป็นหญิงสาว ได้ยินว่าอาจเป็นว่าที่พระชายาในองค์รัชทายาทของเรา ระหว่างทั้งสองเหลือเพียงแต่งงานเท่านั้น”
“หา? จริงหรือ? ข่าวใหญ่ขนาดนี้เหตุใดไม่เห็นเขาพูดกัน?”
“มีหลายคนรู้เรื่องนี้แล้ว อีกอย่างพระชายาของเราไม่ใช่คนธรรมดา จากข่าวที่ได้ยินมา จักรวรรดินทีแดงก็เป็นฝีมือพระชายาของเราพาคนไปบุกล้มล้าง” ผู้พูดคือทหารคนหนึ่ง เขายืดอกชูคอเล่าให้ทุกคนฟัง
“เมื่อครู่ยังมีคุณชายชุดขาวตามไปด้วยอีกคน เป็นใครอีก?”
“เรื่องนี้ข้าไม่รู้แล้ว แต่คนที่เดินไปเดินมาในวังได้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เมื่อครู่พวกเจ้าเห็นคนคนนั้นเดินไปที่ตำหนักบรรทมขององค์รัชทายาท ไม่แน่อาจไปหาองค์รัชทายาทและพระชายาของเราก็ได้”
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฮุยหลางที่เดินตามหลังมาได้ยินเข้า ก็ชำเลืองมองพวกเขาแวบหนึ่ง “กระซิบกระซาบอะไรกันอยู่? ยังไม่แยกย้ายกันอีก!”