ีกฝ่ายโจมตีจนล้ม พวกเขาก็ยังลุกขึ้นมาสู้ต่อ ด้วยเหตุนี้ หลังการประลอง จะบาดเจ็บก็เป็นเรื่องธรรมดา
“พาคนในกลุ่มของพวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด! อีกสองวันข้ามีภารกิจให้พวกเจ้าทำ!” เฟิ่งจิ่วยืนเผชิญหน้ากับพวกเขาอยู่บนที่สูง
“ขอรับ!” ทุกคนรับคำ ก่อนจะแยกย้ายภายใต้การนำทางของหัวหน้ากลุ่มแต่ละคน
สองวันต่อมา เธอเหลือองครักษ์เฟิ่งไว้สิบคน รวมถึงเสี่ยวเฮยกับเจ้าขนเขียวไว้ในหุบเขา เพื่ออยู่กับพ่อแม่ของเธอ คนอื่นๆ ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มเล็กๆ สามกลุ่ม ออกเดินทางภายใต้การนำทางของตู้ฝาน กวนสีหลิ่นและเฟิ่งจิ่ว
พวกเขาไม่ได้ไปด้วยกัน แต่แยกย้ายกันเดินทาง แต่กลับมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือหนึ่งในสี่แคว้นในแปดจักรวรรดิใหญ่ที่กำลังรุมโจมตีจักรวรรดิเซวียนหยวนนั่นเอง
ในอีกด้าน
ในวังหลวงของจักรวรรดิเซวียนหยวน หลังจากที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อได้รับจดหมายจากเฟิ่งจิ่วที่ส่งมายังตำหนักยมราช และรู้ว่านางออกจากการเก็บตัวฝึกฝนแล้ว อีกทั้งได้เริ่มออกเดินทางมายังแปดจักรวรรดิใหญ่ เขาก็รู้สึกเป็นห่วง
ในจดหมายไม่ได้พูดถึงพลังของนางในตอนนี้มากนัก แต่โดยปกติ การทะลวงขั้นของผู้ฝึกตนระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุดก็ต้องเป็นระดับเซียนเหินอยู่แล้ว เขาคิดว่าแม้เฟิ่งจิ่วจะมีพรสวรรค์เหนือคนอื่น รวมถึงมียาช่วย แต่ถึงอย่างนั้น อย่างมากก็ทะลวงขั้นได้ถึงระดับเซียนเหินขั้นสูงสุดเท่านั้น
แม้ว่าระดับเซียนเหินถือว่าไม่เลวแล้ว แต่หากคนพวกนั้นหมายตา