มองเฟิ่งจิ่วด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านและตื่ตัว ดวงตาเล็กๆ จ้องไข่มุกในมือของเธอเขม็ง
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองมันแวบหนึ่ง แล้วยิ้มมุมปาก “แม้แต่เจ้าก็ยังเป็นของข้า ไข่ที่เจ้าออก ย่อมต้องเป็นของข้าด้วย แต่นี่เหมือนจะไม่ใช่ไข่กระมัง?”
เธอยื่นมือไปลูบก้อนที่อยู่ในท้องของเจ้าขนเขียว ตามคาด หายไปแล้ว ดูท่า พักนี้ที่มันซ่อนตัวอยู่ในนี้คงเพราะออกไข่มุกเม็ดนี้ออกมา?
แต่นี่มันไข่มุกอะไรกันแน่? สีของมันออกหม่นๆ รู้เพียงพลังวิญญาณของมันเข้มข้นมาก แต่กลับดูอะไรอย่างอื่นไม่ออก
เจ้าขนเขียวเห็นอย่างนี้ ก็อดก้มหน้าอย่างหมดแรงไม่ได้ “ข้านึกแล้วว่าหากถูกท่านจับได้ต้องปกป้องไว้ไม่ได้แน่ ช่างเถิดๆ ให้ท่านก็แล้วกัน!” นึกถึงที่มันกินอยู่กับเธอ ยกไข่มุกก้อนนี้ให้เธอก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ ถึงอย่างไรแม้ไม่มีพันธสัญญา แต่เธอก็นับได้ว่าเป็นเจ้านายของมันครึ่งหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น มันก็ปกป้องไข่มุกก้อนนี้มาครึ่งปีแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไร
“เอาล่ะ ออกไปกันได้แล้ว!” เธอเก็บไข่มุกแล้วสะบัดแขนเสื้อ จากนั้นก็พาพวกมันออกไป
เพียงพริบตาเดียว พวกเขาก็ปรากฏตัวในห้อง เหล่าไป๋พุ่งออกไปก่อน แล้วตะโกนด้วยความดีใจ “แม่นางเหลิ่งซวงคนงาม! มาดูนี่เร็ว ข้าทะลวงขั้นแล้ว! ข้ากลายเป็นมังกรแล้ว!”
ทว่า มันที่บินออกไปกลับถูกเขตอาคมดีดกลับเข้ามา ล้มลงบนพื้นลานบ้าน กลืนเมฆาที่อยู่ข้างหลังเค่อยๆ เดินออกมา เหลือบมองมันแวบหนึ่ง “กลายเป็นมังกรก็เปลี