้วถามว่า “เริ่นเสียงหาเจ้ามีเรื่องใดหรือ?”
“เขาบอกข้าว่าทางโม่เจ๋อก็เกิดเรื่องเช่นกัน พ่อของเขาถูกทำลายวรยุทธ์ ยามนี้กลายเป็นคนธรรม กระทั่งสุขภาพยังไม่สู้คนธรรมดา กอปรกับแคว้นต่างๆ ในแปดจักรวรรดิใหญ่พากันกดดันพวกเขา ตอนนี้พวกเขาเองก็วุ่มีปัญหาไม่น้อยไปกว่าพวกเรา”
พูดมาถึงตรงนี้ เฟิ่งจิ่วถอนหายใจเบาๆ ทิ้งตัวนั่งพิงเก้าอี้ หรี่ตาบอกว่า “พักนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเกินไปแล้ว ข้าตั้งตัวแทบไม่ทัน หนำซ้ำศัตรูในที่มืดก็ไม่รู้ว่าจากไปแล้วหรือยัง? จะเล่นงานพวกเราอีกหรือไม่? ฉะนั้น ข้าคิดแผนขึ้นมาแผนหนึ่ง เดิมตั้งใจจะหารือกับพวกท่านพ่อ แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว พวกเขาคงไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว”
“แผนอะไรหรือ?” กวนสีหลิ่นถาม
เฟิ่งจิ่วลืมตา นั่งตัวตรงแล้วมองหน้าเขา “ข้าอยากล้มล้างราชวงศ์เฟิ่งหวง ข้าอยากทำให้ตระกูลเฟิ่งหายสายสูญเสียที่นี่!”
ได้ยินอย่างนั้น กวนสีหลิ่นสะท้านไปทั้งใจ “เจ้าหมายความว่า จะล้มราชวงศ์เฟิ่งหวงที่เจ้าสู้อุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก? ทำลายราชวงศ์นี้เสีย? ให้ที่นี่ไร้ระบอบกษัตริย์ปกครอง? มีเพียงตระกูลใหญ่และกลุ่มอำนาจต่างๆ? เจ้าหมายความเช่นนี้หรือ?”
“ถูกต้องแล้ว” เธอพยักหน้า “สร้างราชวงศ์หนึ่งขึ้นมานั้นง่าย แต่จะปกป้องราชวงศ์หนึ่งกลับไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะตอนนี้ที่พวกเรามีเรื่องบาดหมางกับศัตรูที่เราไม่อาจต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย หากยังไม่ยอมปล่อยราชวงศ์นี้ไป สุดท้ายแม้แต่คนเราก็จะไม่เ