นจะชอบตั้งคำถามว่าทำไม เพราะเขาไม่เข้าใจที่ชายชราพูดเลย
ชายชราที่เดิมทีไม่อยากพูดอะไรมากเห็นเด็กน้อยถอยหลัง แล้วยังเอามือไปซ่อนไว้ข้างหลัง ไม่ยอมเดินทางไปกับเขา จึงได้แต่อธิบายด้วยความจนใจ “ข้าถามเจ้า ยามเจ้าเกิด แม่ของเจ้าคลอดเจ้าลำบากใช่หรือไม่?”
เสี่ยวเฟิ่งเย่กะพริบตาปริบๆ พลางครุ่นคิด ไม่นานก็พยักหน้า “ใช่แล้ว! ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าเคยบอก ว่าตอนที่คลอดข้าเกือบตายแล้ว เป็นหลานสาวข้าที่ช่วยท่านแม่ข้าทำคลอด ฉะนั้นพวกข้าถึงรอดมาได้”
เรื่องนี้เรียกได้ว่าเขาได้ยินพวกเขาเล่าให้ฟังมาตลอดตั้งแต่จำความได้ บอกว่าหากไม่ได้เฟิ่งจิ่ว พวกเขาคงตายไปแล้ว แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเรื่องตอนนี้ด้วยเล่า?
ชายชรายิ้มๆ สะบัดแส้ในมือ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เป็นตายลิขิตโดยสวรรค์ แต่คนบางคนกลับฝืนชะตาฟ้าลิขิต เพราะเหตุนี้ ถึงได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย”
เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเสี่ยวเฟิ่งเย่แล้วอธิบายว่า “เจ้ารู้หรือไม่เหตุใดนักพรตเฒ่าจึงปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้?” เห็นเด็กน้อยส่ายหน้าอย่างงุนงง เขาจึงยิ้มบอกว่า “นั่นเพราะพวกเจ้ามีวาสนาเป็นศิษย์อาจารย์กับนักพรตเฒ่าอย่างไรเล่า
แล้ววาสนานี้ ก็เป็นพรหมลิขิตที่เกิดขึ้นตามชะตาที่เปลี่ยนแปลงไป พวกเจ้ามีวาสนากับข้า แต่กลับมีวาสนากับพ่อแม่และครอบครัวน้อยนัก ด้วยเหตุนี้ คนที่ปรากฏตัวอยู่ที่นี่จึงเป็นข้า คนที่ช่วยพวกเจ้าจากอันตรายก็เป็นข้า แต่ไม