ปากหยักยิ้มยั่วเย้ามองเขา ทั่วทั้งกายเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจชวนให้อยากทำเรื่องไม่ดี
เขายกมือ ถอดเสื้อคลุมของตนเองออกแทบจะในพริบตาเดียว เอื้อมมือโอบนางเข้าไปในอ่างอาบน้ำ
ทั้งสองเข้าไปในอ่างอาบน้ำ หยดน้ำกระเซ็น น้ำล้นออกจากอ่าง เสียงน้ำกระทบกันดังขึ้น กลีบดอกลอยเหนือผิวน้ำ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ลอยอบอวลทั่วห้อง ผสมผสานกับความรู้สึกอันเร่าร้อน…
ยามหัวค่ำ
ซั่งกวนหวั่นหรงที่ว่างงานลงมือทำอาหารด้วยตนเองอีกครั้ง เพราะเฉินเต้ากับลั่วเหิงกลับไปแล้ว ตอนนี้พวกนางก็มีคนไม่มาก นางจึงทำอาหารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น
หลังจากจัดวางอาหารเสร็จ ซั่งกวนหวั่นหรงก็มองซ้ายทีขวาที แล้วถามว่า “เหลิ่งซวง เสี่ยวจิ่วเล่า? เหตุใดยังไม่เห็นนางอีก?”
เหลิ่งซวงเงียบครุ่นคิด แล้วบอกว่า “นายท่านน่าจะอยู่ในเรือนเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเจ้าไปเรียกเสี่ยวจิ่วกับโม่เจ๋อมากินข้าวเถิด!” ซั่งกวนหวั่นหรงยิ้มบอก นั่งพักครู่หนึ่ง แล้วเทน้ำชาออกมาจิบหนึ่งคำ รอพวกเขามากินข้าว
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงรับคำ หมุนตัวเดินออกไป
ในอีกด้าน ฮุยหลางกับอิ่งอีที่เฝ้าอยู่นอกเรือนของเฟิ่งจิ่วแม้ปากจะไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตากลับเป็นประกายกว่าปกติ อิ่งอีเพียงเหลือบมองไปที่เรือนหลักของนายท่านเป็นบางครั้ง คล้ายกำลังรอนายท่านทั้งสองออกมา
แต่ฮุยหลางกลับเอาแต่จ้องเขม็งไปที่เรือนหลัก รู้สึกคันยุบยิบที่ใจ อยากรู้อยากเห็นแทบตายแล้ว นายท่านกำราบภูตหมอแล้วหรือยังกัน