ทวน “มีวันหนึ่งเจ้าเอาเงินออกมานับตอนกลางดึก ข้ายังถามเจ้าอยู่เลยว่าทำอะไร เจ้าบอกว่าเจ้านอนไม่หลับ…แต่เจ้าไม่ได้บอกข้าว่ามีอยู่เท่าไหร่”
“เจ้าง่วงหลับไปแล้ว ไม่ได้ฟังเลยมากกว่ากระมัง?” เฉินเสิ่นรู้นิสัยของสามีตัวเองดีจึงกล่าวโทษเขาไปอย่างนั้น
เฉินหลิ่งหน้าเจื่อน
เวลาภรรยามีเรื่องอะไรก็มักจะบ่นให้เขาฟังเป็นประจำ เวลาผ่านไปนานแล้วเขาก็คร้านจะฟัง ปล่อยให้นางพูดของนางไป ส่วนตนเองก็พลิกกายไปอีกด้านนอนหลับไปทั้งอย่างนั้น ถ้านางเสียงดังหน่อย ถามอะไรมา เขาก็แค่ขานรับให้ผ่าน ๆ ไป
“แล้วเงินหายไปไหน?” เฉินต้าซานได้ยินว่าบิดารู้เรื่องเงินด้วยก็เบาใจลงบ้าง คิดว่าต่อให้มารดาขวัญกล้าแค่ไหนก็คงไม่กล้าทำเรื่องอะไรลับหลังบิดา
แล้วเงินพวกนั้นไปอยู่ที่ไหนกันเล่า?
หรือจะเป็นเหมือนที่มารดาพูดไว้ ถูกคนขโมยไปแล้ว?
เฉินต้าซานมีเป้าหมายให้สงสัยแล้ว เขาหันศีรษะมองไปทางเรือนหลัง “คงไม่ได้มีคนขโมยไปจริง ๆ หรอกนะ?”
“เจ้าคนชั่วช้าที่ไหนกล้ามาขโมยของในเรือนเรา อย่าให้ข้าจับได้นะ ถ้าข้าจับได้เป็นได้เห็นดีกันแน่!” เฉินเสิ่นพ่นคำด่าทอออกมา อยากให้หยาบคายแค่ไหนก็หยาบคายได้เท่านั้น
ความเคลื่อนไหวในเรือนค่อนข้างครึกโครม เฉินเสี่ยวซานกับสะใภ้รองเฉินที่ตื่นแต่เช้าล้วนได้ยิน พวกเขาไล่ลูกน้อยไปล้างหน้า แล้วค่อยตรงมาทางนี้
พอมาถึงก็เห็นสะใภ้ใหญ่เฉินกำลังชะโงกหน้าเข้าไปในห้องของพ่อแม่สามี
เฉินเสี่ยวซานพลันไม่พอใจ ‘พี่สะใภ้ค