นนี้คิดจะทำอะไรกันแน่ มาแอบฟังท่านพ่อท่านแม่แต่เช้าแบบนี้? ทำตัวไม่เหมาะสมเลยจริง ๆ!’
สะใภ้รองเฉินกลอกตาไปมา ‘โอ๊ะ มีเรื่องอะไรกัน?’
นางก้าวเท้าเร็ว ๆ เดินนำสามีของตนเองไปหยุดอยู่ตรงหน้าสะใภ้ใหญ่เฉิน
“พี่สะใภ้ ท่านดูอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?”
สะใภ้ใหญ่เฉินกำลังตั้งใจ ‘แอบฟัง’ อยู่จึงสะดุ้งตกใจ “เจ้าเองหรอกรึ! ไม่มีอะไร ข้าแค่…”
“ผ่านมาเฉย ๆ?” สะใภ้รองเฉินช่วยพูดต่อให้
“ใช่ ๆๆ แค่ผ่านมาเฉย ๆ” รอยยิ้มบนใบหน้าสะใภ้ใหญ่เฉินแลดูประดักประเดิด
เวลานั้น เฉินเสี่ยวซานที่เดินตามมามีสีหน้าเหยียดหยัน “เฮอะเฮอะ!”
ในฐานะน้องชาย เขาไม่สะดวกจะตำหนิพี่สะใภ้ แต่ความไม่พอใจที่มีต่อพี่สะใภ้ก็ชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องพูด
สะใภ้ใหญ่เฉินเห็นว่าเขาอยู่ด้วยก็ยิ่งกระอักกระอ่วนกว่าเดิม
สะใภ้รองเฉินกำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็ได้ยินเสียงร้อนรนของแม่สามีดังมาจากในห้อง “ต้าซาน เจ้าจะไปไหน?!”
“ข้าจะไปคิดบัญชีกับพวกเขา!” เฉินต้าซานผลุนผลันออกมาข้างนอกด้วยท่าทางโมโห ไม่สนใจเสียงเรียกของเฉินเสิ่นเลยสักนิด
“ไปคิดบัญชีกับใคร?”
“ยังจะเป็นใครได้อีก? ก็พวกแซ่จูพวกนั้นน่ะสิ!”
“เจ้าจะไปหาพวกเขาทำไม?”
“ไปหาพวกเขาทำไม?” เฉินต้าซานที่มาถึงประตูห้องแล้วชะงักฝีเท้า กล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว “เงินของพวกเราหายตอนไหนไม่หาย แต่กลับมาหายตอนที่พวกเขาย้ายเข้ามาอยู่ ถ้าไม่ใช่พวกเขาแล้วยังจะเป็นใคร?”
เฉินเสิ่นอึ้งไป ‘ลูกชายนางพูดอย่างนี้ก็ถูก! ประจวบ