หยวนกลับมากับเสี่ยวจิ่วด้วยใช่หรือไม่?” กวนสีหลิ่นสาวเดินพร้อมกับถามขึ้น
เหลิ่งหวาพยักหน้า “ขอรับ เจ้าตำหนักยมราชก็อยู่ข้างในด้วย พวกเขาไปคารวะฮูหยินมาแล้ว”
ด้วยเหตุนั้น กวนสีหลิ่นสาวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปข้างใน ตู้ฝานกับเหลิ่งหวาเองก็เดินตามหลังไปด้วย
“เสี่ยวจิ่ว พวกเจ้ากลับมาแล้วหรือ? การเดินทางราบรื่นดีหรือไม่?” กวนสีหลิ่นก้าวพ้นประตูก็ถามพร้อมกับหัวเราะเสียงดังกังวาล ใครจะรู้ กลับเห็นเฟิ่งจิ่วที่นั่งอยู่ในห้องโถงสีหน้าบึ้งตึง เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับนั่งก้มหน้าจิบชาเงียบๆ ทำเหมือนไม่เห็นอะไร
เห็นอย่างนั้น เขาถามด้วยความประหลาดใจ “เสี่ยวจิ่ว เป็นอะไรไป? เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรือ?”
“ท่านพี่ ท่านทำซี้ซั้วเกินไปแล้วนะ!” เฟิ่งจิ่วพูดอย่างไม่พอใจ จ้องหน้าเขาด้วยความขุ่นเคือง “ท่านลักลอบเข้าไปสังหารเจ้าสำนักโอสถตะวันในสำนักของพวกเขาด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไรกัน? หากเกิดอะไรขึ้นกับท่าน ข้าทำอย่างไร?”
ได้ยินเธอพูดอย่างนั้น กวนสีหลิ่นรู้ว่าตนเองทำไม่ถูก ทำให้เธอเป็นห่วง จึงหัวเราะแห้งๆ “ที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร อีกอย่างข้าก็ยังปลอดภัยดีอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรือ? เจ้าดูสิ แขนขาก็ยังอยู่ครบ”
เขาตบแขนสองข้างของตนเอง แล้วเตะขาตนเองด้วย ทำให้เธอเห็นว่าร่างกายของเขายังอยู่ครบสามสิบสองประการ ไม่ได้บาดเจ็บตรงที่ใด
“หากเจ็บตัวเมื่อใดจะเสียใจ” เธอยังคงพูดอย่างไม่พอใจ แล้วถามว่า “ท่านยั