หรือไม่?”
“ข้าแข็งแรงดี กลับเป็นพวกเจ้า อยู่ข้างนอกพบเจออันตรายอะไรบ้างหรือไม่? เดินทางราบรื่นดีหรือเปล่า?” ซั่งกวนหวั่นหรงดึงมือเฟิ่งจิ่วมาพร้อมกับไถ่ถาม สายตาสอดส่องทั่วตัวเธอ ดูว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่
“ไม่เจ้าค่ะ มีเขาอยู่ ข้าไม่มีทางบาดเจ็บหรอก” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี แล้วดึงเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งเข้ามา “ท่านแม่ นี่เซวียนหยวนโม่เจ๋อ ท่านจำเขาได้หรือไม่?”
“จำได้ๆ คราวก่อนเจ้าก็แนะนำแล้วไม่ใช่หรือ? เขายังเคยเจอท่านปู่กับท่านพ่อของเจ้าแล้ว ข้าจะจำไม่ได้ได้อย่างไรกัน?” ซั่งกวนหวั่นหรงพยักหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดู มีแต่ความพึงพอใจในตัวเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
ครั้งก่อนตอนที่นางถูกช่วยออกมา ก่อนจะหมดสตินางเคยเห็นเขา หลังฟื้นขึ้นมาลูกสาวก็แนะนำเขา ต่อมาก็รู้ว่าเขามีธุระต้องกลับไปสะสาง จึงยังไม่เคยได้พบปะพูดคุยกัน ทว่าเพียงรู้ว่าเขาดีกับลูกสาวของนาง เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
กอปรกับต่อมาได้รู้จากปากของกวนสีหลิ่น ว่ามีเขาคอยปกป้องอยู่ข้างกายลูกสาวของนาง นางก็รู้สึกวางใจ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่ยืนอยู่ด้านหนึ่ง ก้าวเข้ามาคารวะด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ท่านน้าหรง ร่างกายพักฟื้นได้ดีหรือไม่ขอรับ?”
“หายดีไม่น้อยแล้ว ไม่ต้องห่วง” นางยิ้มตอบ แล้วพูดกับทั้งสองว่า “มา นั่งพักสักหน่อยเถิด!”
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้ม เดินเข้าไปนั่งข้างๆ นาง
“ข้าไปสั่งให้เตรียมอาหารให้นายท่านก่อนนะเจ้าคะ” เหลิ่งซวงกล่