งไรว่าพวกเราจะมา?” เฟิ่งจิ่วยิ้มถาม มองดูชายชราผมขาวตรงหน้า คนผู้นี้ ก็คืออาจารย์ของโม่เฉิน เขารู้กระทั่งว่าเธอเป็นคนที่มาจากโลกอื่น
ผู้เฒ่าเทียนจียิ้มๆ มองพวกเขาสองคน แล้วพูดอย่างมีความนัยแฝง “ข้าไม่ได้รู้แค่ว่าพวกเจ้าจะมา ยังรู้ด้วยว่าพวกเจ้าจะต้องพบกับเคราะห์กรรมครั้งใหญ่”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วหัวใจสะท้าน เคราะห์กรรมครั้งใหญ่?
เธอมองเซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ แวบหนึ่ง จากนั้นก็หันไปมองผู้เฒ่าเทียนจี ถามว่า “ผู้เฒ่าเทียนจีโปรดชี้แนะด้วย”
นึกไม่ถึง ผู้เฒ่าเทียนจีกลับส่ายหน้ายิ้มๆ “ลิขิตสวรรค์มิอาจเปิดเผย”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อขมวดคิ้วมองผู้เฒ่าเทียนจี บอกว่า “พวกข้ามาเพื่อดอกบัวหยกขาวอายุสามร้อยปีที่อยู่ข้างหลังท่าน” ได้ยินผู้เฒ่าเทียนจีพูดจามีเงื่อนงำ มีแต่จะทำให้เฟิ่งจิ่วคิดฟุ้งซ่าน
ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ผู้เฒ่าเทียนจีเพียงยิ้มๆ หมุนตัวเหาะข้ามบ่อหิมะไปเด็ดดอกบัวหยกขาวอายุสามร้อยปีดอกนั้น จากนั้นก็เหาะกลับมาบนบก
เขามองดอกบัวหยกขาวในมือแวบหนึ่ง สาวเท้าเดินเข้ามาช้าๆ หยุดยืนตรงหน้าเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเฟิ่งจิ่ว มองพวกเขาแล้วถอนหายใจอย่างไร้เสียง “เส้นทางข้างหน้าของพวกเจ้าไม่ได้ง่ายดาย สถานการณ์ใต้หล้า พายุจักก่อตัว หวังว่าพวกเจ้าจะปลอดภัย!”
เขายื่นดอกบัวหยกขาวในมือให้เฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็เอามือไพล่หลังแล้วสาวเท้าเดินจากไปทีละก้าวๆ มีเพียงคำพูดสองประโยคที่ลอยมากั