ันรุ่งขึ้น
เมื่อเฉินเสิ่นเปิดประตูออกมาเห็นลูกชายคนโตยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมขอบตาดำเหมือนสยงเมา (หมีแพนด้า) ก็ต้องตกอกตกใจ
“พิโธ่พิถัง สวรรค์ช่วยด้วย” เฉินเสิ่นลูบอกพลางกล่าวว่า “ต้าซาน เจ้ามาทำอะไรตรงนี้? มายืนอยู่หน้าประตูตอนเช้าตรู่แบบนี้ทำไม? ทำข้าตกใจหมด…”
“ท่านแม่ เกิดเรื่องแล้วขอรับ” เฉินต้าซานเงยหน้าขึ้นมาพูด
เฉินเสิ่นเห็นสีหน้าปั้นยากของลูกชายก็ใจหายวาบ รีบถามว่า “เกิดเรื่องอะไร?”
“ท่านแม่ ท่านอย่าเพิ่งถามเลย เอายี่สิบตำลึงมาให้ข้าก่อนเถอะ รอจนข้าสะสางเรื่องเรียบร้อยแล้ว ข้าจะคืนเงินให้ท่าน”
“ยี่สิบ…ยี่สิบตำลึง?!” เฉินเสิ่นใจเต้นแรง “ทำไมจู่ ๆ เจ้าก็มาขอเงินอย่างนี้? ยังไม่บอกเลยว่าเป็นเรื่องอะไร แล้วจะเอาเงินให้เจ้าได้อย่างไร?”
ตอนที่พูด สายตายังล่อกแล่กไปมา
เห็นได้ชัดว่านางไม่อยากได้ยินคนพูดถึงเรื่องเงิน
เฉินต้าซานรู้จักมารดาของตนเองดี ครั้นเห็นเช่นนั้นก็รู้ได้ทันที
แต่เขาไม่ได้แสดงออก ยังคงกล่าวโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี “ท่านแม่ ท่านจะถือว่าให้ข้ายืมไปก่อนก็ได้ขอรับ เกิดเรื่องแล้วจริง ๆ เป็นเรื่อง…งานของข้า ถ้าไม่มีเงินยี่สิบตำลึง งานข้าอาจปลิวไปเลยก็ได้”
“อะไรนะ?! ทำไมงานของเจ้าจะเกิดเรื่องได้เล่า? เจ้าก็ทำได้ดีมาตลอดไม่ใช่หรือ?” คราวนี้ เฉินเสิ่นตกใจจริง ๆ แล้ว
แม้นางจะมีลูกชายสองคน แต่คนที่สามารถหาเงินกลับมาให้ที่บ้านได้กลับมีแต่เฉินต้าซาน
ถ้างานของเฉินต้าซานหลุดมือไปเสียแล