่วยิ้มๆ “อายุเท่าไร?” ดูภายนอกเหมือนอายุสามสิบกว่า แต่อายุกระดูกต้องไม่ใช่แค่นี้แน่ๆ
“อายุหนึ่งร้อยแปดปีแล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งเมีย ข้ากำลังคิดว่าหากอาศัยโอกาสนี้สร้างชื่อเสียงได้ เมื่อถึงเวลาค่อยสู่ขอลูกสาวท่านเจ้าเมืองต้วนมาเป็นเมีย นั่นเรียกว่ายิงธนูนัดเดียวได้เหยี่ยวสองตัว!”
เขามองไปที่จวนเจ้าเมืองด้วยสีหน้ามุ่งมั่นปรารถนา สายตาเป็นประกายเล็กน้อย บอกว่า “ได้ยินมาว่า ลูกสาวของเจ้าเมืองต้วนปีนี้กำลังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง หนำซ้ำยังเป็นสาวงามที่ระดับวรยุทธ์ไม่ธรรมดาเสียด้วย”
ได้ยินคนผู้นี้รายงานอายุตนเอง ซ้ำยังเล่าแผนการและเป้าหมายของเขาให้ฟัง เฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุกอย่างอดไม่ได้ ชายเฒ่าอายุหนึ่งร้อยกว่าปี ยังกล้าเพ้อฝันถึงเด็กสาววัยบานสะพรั่ง หนังหน้าช่างหนาจริงๆ
อาจเพราะเห็นเฟิ่งจิ่วมุมปากกระตุก คนคนนั้นหัวเราะเสียงดัง บอกว่า “ผู้ฝึกตนเช่นพวกข้า อายุร้อยกว่าแล้วอย่างไร ที่อายุหลายร้อยปีก็มีอยู่ถมเถ หากฝึกบำเพ็ญสำเร็จกลายเป็นเซียนจริงๆ อายุยืนนับพันนับหมื่นปีอยู่คู่ฟ้าดิน มีอะไรให้น่าแปลกใจอีกหรือ เทียบกันแล้ว ข้าที่อายุร้อยกว่าปีก็ถือว่าอยู่ในวัยเด็กหนุ่มไม่ใช่หรือ”
“ถูกต้อง ท่านพูดมีเหตุผล” เฟิ่งจิ่วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ผู้ฝึกบำเพ็ญเซียนไม่เหมือนคนธรรมดา คนทั่วไปอายุเจ็ดแปดสิบก็เฒ่าชราแล้ว สำหรับผู้ฝึกบำเพ็ญเซียนกลับเป็นเวลาชั่วเพียงพริบตา ยิ่งฝึกบำเพ็ญในระดับที่สูงขึ้นก็ยิ่งสามารถรั