นี่มัน…” เมื่อก่อนเหล่าผู้ดีที่ผ่านทางมา มักดูแคลนชาวบ้านอย่างพวกเขา ไม่เคยมีใครมอบของให้เช่นนี้ กลับทำให้หญิงชราทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
“ไม่เป็นไร แค่ขนมกล่องหนึ่งเท่านั้น” เธอยัดกล่องขนมใส่มือเด็กน้อย “รับไว้จึงจะเป็นเด็กดี”
เด็กน้อยกอดกล่องขนมที่เฟิ่งจิ่วยัดมาให้ ดวงหน้าไร้เดียงสาเผยรอยยิ้มชอบใจอย่างอดไม่อยู่ “ขอบคุณพี่ชาย”
“ต้องเรียกคุณชาย” หญิงชรารีบเตือน
“ขอบคุณคุณชาย” เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงแหลมใส กอดกล่องขนมแล้วรีบวิ่งเข้าไปข้างหลัง พลางตะโกนเสียงดัง “ท่านปู่ๆๆๆ มีขนมอร่อยกินแล้ว…”
“คุณชาย ท่านกินไปก่อน หากไม่พอยังมีอีก” หญิงชราบอก แล้วเดินเข้าไปข้างใน
เฟิ่งจิ่วนั่งลงแล้วกินข้าวต้มถ้วยเล็ก กินคู่กับผักกับแกล้มถ้วยเล็กๆ และแป้งทอดฟักทอง เป็นมื้อเช้าที่เรียบง่ายแต่กินคล่องปากนัก หลังกินมื้อเช้า เธอพักผ่อนในห้องที่หญิงชราทำความสะอาดให้ ตั้งใจจะหลับสักงีบแล้วค่อยออกเดินทางตอนเที่ยง
กระทั่งถึงเวลาเที่ยงวัน หญิงชรามาเคาะประตู
“คุณชาย มื้อเที่ยงเสร็จแล้ว ลุกมากินเถิด!”
ประตูห้องเปิดออก เฟิ่งจิ่วที่หลับไปหนึ่งงีบเดินออกมา เธอที่ตอนแรกตั้งใจจะออกเดินทาง กลับนั่งลงกินข้าวมื้อหนึ่งตามคำเชิญชวนของหญิงชรา หลังจากพูดคุยกับพวกเขาไม่กี่ประโยค กินข้าวเสร็จ เธอก็ลุกขึ้นแล้วกล่าวอำลา
“ผู้อาวุโสวางใจ หากข้าได้พบลูกชายของท่าน จะต้องบอกต่อคำพูดของท่านให้เขารู้แน่นอน” เธอนั่งบนหลังเหล่าไป๋ แล้วโบกม