ตามหาเฟิ่งจิ่วพร้อมกับลั่วเหิงหรือขอรับ”
“ถูกต้อง” เขาพยักหน้า มองพวกเขาสองคนแวบหนึ่ง บอกว่า “ข้ารู้มาว่าพวกเจ้าสองคนค่อนข้างสนิทกับเฟิ่งจิ่ว ฉะนั้นเรื่องนี้ อย่างไรก็ต้องให้พวกเจ้าไป”
ได้ยินอย่างนั้น สายตาของเฉินเต้าไหวระริก มองต้วนมู่ไป๋แล้วถามว่า “เฟิ่งจิ่วเป็นคนที่สังหารท่านเจ้าเขาซานหยางจื่อ อาจารย์อาต้วนไม่เกลียดนางหรือขอรับ ไม่อยากฆ่านางเพื่อล้างแค้นให้ท่านเจ้าเขาซานหยางจื่อหรือขอรับ”
ต้วนมู่ไป๋มองเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง ตอบว่า “เรื่องนี้ผู้อาวุโสคุ้มครองสำนักได้กำชับไว้แล้ว อย่าได้พูดถึงและสืบสาวอะไรอีก ข้าย่อมไม่ขัดคำสั่งของผู้อาวุโสคุ้มครองสำนัก ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่มีทางสังหารท่านอาจารย์ข้าโดยไร้เหตุผล สาเหตุของเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะสืบสาวได้อีกแล้ว
แต่ว่า เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น หากนางพบเจออันตรายหรือถูกฆ่าอยู่ข้างนอกนั่น เจ้าตำหนักยมราชอาจเข้าใจผิดได้ว่าเป็นฝีมือสำนักเรา ฉะนั้น ที่ข้าทำเช่นนี้จะพูดว่าเพื่อสำนักเรา และเพื่อยอดเขาซานหยางของเราก็ได้”
ได้ยินอย่างนั้น ทั้งสองสบตากัน เหตุผลที่ว่ามาฟังดูไม่ค่อยเข้าทีนัก หากเป็นคนอื่นพูดอย่างนี้ก็เรื่องหนึ่ง แต่ซานหยางจื่อเป็นอาจารย์ของเขา อาจารย์ของเขาถูกฆ่า เหตุใดเขาจึงใจเย็น และสะสางปัญหาอย่างสุขุมได้ถึงขนาดนี้
จะว่าไปเรื่องนี้ดูแปลกๆ แต่กลับบอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน
ทั้งสองอยู่ในถ้ำประมาณหนึ่งก้านธูป หลังจากต้วนมู่ไป๋กำชับ