จะไปเดินเที่ยวเล่นบ้าง” สะใภ้ใหญ่เฉินถามต่ออีกว่า “แล้วพวกท่านไปที่ใดกันมาบ้างหรือ?”
“ข้ารู้สึกคุ้นเคยกับเมืองนี้แล้ว จึงออกไปเดินซื้อของตามตลาด และเป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นตลาดมากด้วยผู้คน มันค่อนข้างน่าประทับใจ…”
“ไปคราแรกก็ตื่นเต้นเช่นนี้แหละเจ้าค่ะ เดี๋ยวพอชินชาไปแล้วก็จะเบื่อหน่ายไปเอง แต่ถ้าคราวหน้าอยากจะออกไปซื้อของ ท่านเรียกหาข้าได้เสมอ ข้าจะพาท่านเดินเล่นรอบ ๆ เมืองนี้เอง ที่นี่เป็นสถานที่ที่ข้าคุ้นเคยยิ่ง ร้านไหนถูกที่สุดและดีที่สุด ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าข้าอีกแล้ว…” อีกฝ่ายจับมือเย่อวี๋หรานขณะกล่าว
เย่อวี๋หรานนึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่อีกฝ่ายไม่ยอมจบเรื่องราวเสียที
“แค่ก ๆ!” เย่อวี๋หรานไอออกมาสองครั้งก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้า “เราหยุดกล่าวเรื่องพวกนี้ดีกว่า ข้าออกไปซื้อของมาตลอดทั้งวันและเหนื่อยล้าเต็มที ต้องขอตัวไปพักผ่อนก่อน”
“อ้อ พวกท่านอยากพักผ่อนหรือ ข้าเพียงอยากพูดคุยต่ออีกสักครู่” สะใภ้ใหญ่เฉินยังไม่ยอมแพ้ และเดินนำหน้าราวกับต้องการนำทาง
อย่างไรเสีย นี่คือประตูหน้าบ้านของสะใภ้ใหญ่เฉิน ดังนั้นพวกเขาจะไม่ทราบถึงทางกลับบ้านเชียวหรือ?
ระหว่างทาง เย่อวี๋หรานพยายามกล่าวปัดป้องหลายครา แต่ก็ไม่สามารถสลัดอีกฝ่ายทิ้งไปได้
เมื่อไม่สามารถกำจัดอีกฝ่ายได้ สะใภ้ใหญ่เฉินก็ติดตามพวกเขากลับมาจนถึงลานบ้านเสียแล้ว
จูซานและจูชีมองหน้ากันบ่อยครั้ง สองพี่น้องยกอ่างไม้และผ้าเช็ดหน้าออกมาเพื่อล้าง