่อย อาจารย์อาต้วนเหตุใดจึงถามแปลกๆ เช่นนี้เล่าขอรับ?”
เธอทำหน้าไร้เดียงสา แล้วบอกว่า “หากอาจารย์อาต้วนไม่เชื่อ ไปถามอาจารย์อาซั่งกวนก็ได้ขอรับ แต่ดูเหมือนว่าตั้งแต่กลับมาอาจารย์ซั่งกวนก็เก็บตัวฝึกบำเพ็ญมาตลอด นานแล้วที่นางไม่ได้เรียกข้าไปส่งยาทิพย์ ข้าเองก็ไม่ได้เจอนางนานแล้วเช่นกัน”
“มีแค่นี้จริงหรือ?” ต้วนมู่ไป๋ยังคงสงสัย
“จริงสิขอรับ ไม่เช่นนั้นอาจารย์อาต้วนคิดว่าจะมีอะไรได้อีก?” เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ เอียงคอครุ่นคิด แล้วพูดว่า “หรือว่าอาจารย์อาซั่งกวนอ่อนโยนต่อข้าเล็กน้อยแล้วมันแปลกหรือขอรับ? อาจารย์ซั่งกวนเป็นคนอ่อนโยนเช่นนั้น นางไม่ได้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วหรอกหรือขอรับ? เหตุใดอาจารย์อาต้วนจึงมีความคิดแปลกๆ เช่นนี้ คิดว่าข้าตั้งใจตีสนิทอาจารย์อาซั่งกวนด้วยเหตุใดเล่าขอรับ?”
เธอถามอีกครั้ง เผชิญหน้ากับสายตาของเขาด้วยท่าทางตรงไปตรงมา ดวงตากระจ่างใสไม่ปรากฏแววขลาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ต้วนมู่ไป๋จ้องพิจารณาเฟิ่งจิ่วครู่หนึ่ง เห็นเด็กหนุ่มตรงหน้ามีแววตาตรงไปตรงมาไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้น จึงละสายตากลับมา แล้วกำชับเสียงขรึมว่า “ต่อไปอยู่ห่างจากนางหน่อย” สิ้นเสียง ก็หันตัวเดินจากไป
เฟิ่งจิ่วนัยน์ตาไหวระริกจ้องมองต้วนมู่ไป๋หันตัวเดินจากไป มองดูเงาร่างที่ค่อยๆ ห่างออกไป มุมปากของเธอกระตุกเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายออกมา ท่าทางใสซื่อก่อนหน้านั้นหายวับไปกับตา เหลือแต่ความเฉลียวฉลาดและเจ้า