ันดังก้องไปทั่วผืนป่า พวกคนที่หนีไปอีกทางเห็นว่าเฟิ่งจิ่วไม่ได้ตามมา ก็อดทำสีหน้าแตกต่างกันออกไปไม่ได้
“เฟิ่งจิ่วเขา…”
ลั่วเหิงหันไปมองเฉินเต้า ถามว่า “ไม่ต้องพาเขากลับมาจริงๆ หรือขอรับ?”
“ไม่ต้อง ให้เขาไปเถิด! เขาเป็นคนฉลาดมีไหวพริบ ไม่เป็นอะไรหรอก”
เฉินเต้าโบกมือแล้วตะโกนบอกทุกคน “พวกเราหาที่พักผ่อนสักสองสามวัน หากต้องการเด็ดยาอีกก็ค่อยเปลี่ยนสถานที่ หากต้องการฝึกหลอมยาก็หาที่ฝึกหลอมยาได้ พวกเจ้าคิดว่าเช่นไร?”
ทุกคนได้ยินประโยคนั้น ก็สบตากันแล้วพยักหน้า “อืม ได้ เอาเช่นนั้นก็แล้วกัน!”
ด้วยเหตุนั้น ภายใต้การนำทางของเฉินเต้า พวกเขามุ่งหน้าไปยังอีกทาง
ส่วนเฟิ่งจิ่วที่กำลังมุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกเหลือบมองเห็นยาทิพย์ต้นหนึ่ง จึงหยุดชะงักระหว่างที่บินหนี หมีสีน้ำตาลที่กำลังไล่ตามมาติดๆ พลันคำรามเสียงดังแล้วกระโจนเข้ามา กางกรงเล็บคมกริบตวัดมาทางเธอ สายลมแรงเสียงดัง ที่เกิดจากกรงเล็บของมันเฉี่ยวผ่าน กลายเป็นรอยลึกหลายเส้นทิ้งไว้บนพื้นดิน
“จิ๊ๆ อารมณ์ร้ายอย่างนี้ไม่ดี ระวังหน่อย เจ้าทำเช่นนี้อาจทำยาทิพย์ของข้าเสียหายได้” เฟิ่งจิ่วเก็บยาทิพย์ที่เด็ดมาได้แล้วส่ายหน้าแล้วพูดกับหมียักษ์ หลังจากหลบเลี่ยงได้ มองมันตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียดอีกครั้ง
“เจ้าเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย?”
เธอกระโดดขึ้นไปนั่งบนต้นไม้ต้นหนึ่ง มือหนึ่งเท้าคางมองเจ้าหมีสีน้ำตาลที่อยู่ข้างล่าง ดวงตาเจ้าเล่ห์กลอกหมุนไปมาอย่าง